หยุนเซิ่นมีสีหน้าไม่ใส่ใจแม้แต่น้อย เขาหัวเราะเบา ๆ ทว่าในดวงตากลับเต็มไปด้วยความหม่นหมองและสิ้นหวัง
“ดูท่าแล้ว เยี่ยนอ๋องจะปักใจว่าข้าซ่อนองค์หญิงหนีหวงเอาไว้สินะ? ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นก็จับข้าไปลงโทษตามกฎหมายเถิด เห็นแก่หนูสี่ ท่านคงไม่พาลเอาผิดคนอื่นในจวนแม่ทัพกระมัง?”
“อาเคอตายแล้ว อย่างไรเสียข้าก็มีชีวิตมาพอแล้ว หากได้ตายด้วยมือเซียวถิงเยี่ยน ถูกส่งลงสู่ปรโลก ข้าก็ไม่ขาดทุน เพียงแต่มีเรื่องหนึ่งที่ไม่ดีอยู่บ้าง หากข้าตายในมือท่าน วันหน้าหนูสี่รู้เข้า นางจะโทษท่านหรือไม่ จะตัดขาดกับท่านจนกลายเป็นศัตรูกันหรือไม่?”
“อย่างไรเสีย ในสายตาหนูสี่ ญาติพี่น้องในจวนแม่ทัพต่างหากคือคนที่นางห่วงใยและสำคัญที่สุด ส่วนท่านก็เป็นเพียงคู่หมั้นที่มีหรือไม่มีก็ไม่ต่างกัน ท่านคิดว่าตนจะสำคัญกว่าผู้ใดในจวนแม่ทัพได้หรือ?”
ถ้อยคำของหยุนเซิ่นทิ่มแทงใจเซียวถิงเยี่ยน จนเจ็บแปลบขึ้นมาเล็กน้อย
เขาย่อมรู้ดีว่า ในใจหยุนหลวน ไม่ว่าอย่างไรเขาก็สู้คนในจวนแม่ทัพไม่ได้แม้แต่คนเดียว
แล้วจะเป็นไรไปเล่า ในช่วงหลายสิบปีข้างหน้า คนที่จะได้อยู่เคียงข้างนางก็คือเขา เขามีหนทางอีกมากมายที่จะทำให้ตนกลายเป็นคนสำคัญที่สุดในใจหยุนหลวน
ดังนั้น แม้คำพูดของหยุนเซิ่นจะทำให้เซียวถิงเยี่ยนรู้สึกไม่สบายใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ไม่โกรธและไม่ขุ่นเคือง
เขาเพียงมองหยุนเซิ่นนิ่ง ๆ ก่อนยกมุมปากขึ้น เอ่ยอย่างมีนัยว่า “หยุนเซิ่น เมื่อเทียบกับเมื่อก่อนแล้ว ตอนนี้เจ้าชวนให้คนชิงชังยิ่งนัก
