เมื่อพูดถึงตอนท้าย นางก็อดหัวเราะพรืดออกมาไม่ได้
นางไม่กลัวว่าเฝิงซู่ชิงจะโกรธ พอพูดจบก็ให้กงกงประคองเดินจากไป
แก้มของเฝิงซู่ชิงแดงก่ำขึ้นมาในพริบตา
นางมองทิงอวี่อย่างทั้งขบขันทั้งจนใจ “เต๋อเฟยกำลังหัวเราะเยาะเปิ่นกงหรือ? นางช่างกล้าหาญไม่น้อย”
ทิงอวี่ดีใจจนแทบเก็บอาการไม่อยู่ แววตาเต็มไปด้วยความยินดี “เต๋อเฟยเหนียงเหนียงช่างรู้จักวางตัวและรู้กาลเทศะ เป็นสตรีที่หลักแหลมยิ่งนัก หากเป็นพระสนมคนอื่น คงไม่มีทางบอกความจริงแก่เหนียงเหนียงหรอกเพคะ”
“หนูไฉไม่คิดเลยว่าฝ่าบาทจะมิได้ทรงโปรดปรานเต๋อเฟยเหนียงเหนียง ที่แท้ทรงเล่นหมากล้อมกับเต๋อเฟยเหนียงเหนียงตลอดทั้งคืน ฮ่า ๆ ๆ...”
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ทิงอวี่ก็อดหัวเราะไม่ได้
นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ยินวิธีถวายงานยามค่ำคืนเช่นนี้ ช่างแปลกใหม่ยิ่งนัก
ความอึดอัดในใจของเฝิงซู่ชิงค่อย ๆ คลี่คลายลงในยามนี้
มุมปากของนางเผยรอยยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ที่แท้เหลียงอวี่หวงก็มิได้ทรงโปรดปรานเต๋อเฟยเช่นกัน
แม้นางจะไม่เข้าใจว่าการกระทำเช่นนี้มีความหมายอันใด แต่ในใจกลับยินดีจนบอกไม่ถูก
——
ตลอดหนึ่งเดือนหลังจากนั้น เหลียงอวี่หวงแทบไม่ได้เสด็จมาค้างคืนที่ตำหนักหย่งฝู
นอกจากตำหนักของสือชิงเหยียนกับโจวกุ้ยผินแล้ว พระองค์เสด็จไปยังตำหนักของพระสนมคนอื่นจนครบทุกแห่ง
ไม่ว่าทรงใช้เหตุผลใด พระองค์ก็เสด็จผ่านหมู่บุปผามากมายโดยไม่ทรงแตะต้องแม้แต่ใบเดียว
ลี่กุ้ยผินและคนอื่น ๆ ไม่กล้าป่าวประกาศ ได้แต่กล้ำกลืนความน้อยใจไว้ในใจ
แต่ไม่ว่าคืนก่อนเหลียงอวี่หวงจะประทับที่ใด เช้าวันรุ่งขึ้นพระองค์ก็จะเสด็จมาร่วมสำรับที่ตำหนักหย่งฝู
