ขันทีหลิวขานรับเสียงเบา เขาหลุบตาลง แววเย็นเยียบวูบผ่านดวงตา
เขารู้ดีว่าโอกาสแก้แค้นเหลียงอวี่หวงมาถึงแล้ว
บัดนี้อีกฝ่ายถูกปลดจากตำแหน่ง ฮ่องเต้ก็ทรงรังเกียจพระโอรสผู้นี้ยิ่งนัก แทบอยากให้เขาตายเสียเดี๋ยวนั้น
เหลียงอวี่หวงไม่ต่างจากโคลนเลนบนพื้น ถูกผู้คนเหยียบย่ำอย่างไรก็ได้
หึ ช่างดีเหลือเกิน!
เขารู้อยู่แล้วว่าการอดทนอดกลั้นของตนเป็นเพียงชั่วคราว
เขาต้องไปสั่งสอนอดีตรัชทายาทผู้นั้นด้วยตนเอง ให้สาสมกับความอัปยศที่อีกฝ่ายมอบแก่เขา!
ขันทีหลิวตื่นเต้นอย่างยิ่ง เขาลอบถูมือไปมา พลางครุ่นคิดว่าจะใช้ทัณฑ์ทรมานเช่นไรกับเหลียงอวี่หวง จึงจะทำให้คนผู้นั้นอยากตายแต่ตายไม่ได้
ระหว่างที่กำลังเหม่อลอย เขาก็ได้ยินเหลียงเหวินคังถามถึงสถานการณ์ของเหลียงหนีหวง
ขันทีหลิวได้สติกลับมาโดยพลัน เขารู้ดียิ่งกว่าใครว่าเหลียงหนีหวงต่างหากคือแก้วตาดวงใจของฮ่องเต้
เขารีบยิ้มตอบว่า “องค์หญิงทรงสบายดี มิได้บาดเจ็บพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย...”
เดิมทีพิษก็มีอยู่ไม่มากนัก พอคิดถึงยาพิษ แววตาของขันทีหลิวก็วูบไหว ยาพิษนี้เป็นคุณชายห้าเซียวจื่ออวี้ บุตรชายของเซียวกั๋วจ้าง มอบให้เขา
เซียวจื่ออวี้สั่งให้คนจงใจกระซิบข้างหูหวงมามา ว่าเหลียงหนีหวงวางยาพิษรัชทายาทอย่างไร ใช้กู่กับเขา หมายควบคุมจิตสำนึกและชิงตำแหน่งรัชทายาทไปจากเขา
เมื่อหวงมามาทราบเรื่องเหล่านี้ ย่อมแค้นเคืองเป็นอย่างยิ่ง
จากนั้นคนผู้นั้นยังจงใจเปิดเผยว่าตนเป็นคนของจวนรัชทายาท
หลายปีมานี้ที่เขาคอยดูแลหวงมามาเป็นพิเศษ แท้จริงแล้วเป็นเพราะได้รับคำสั่งจากรัชทายาท
หวงมามาซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อถูกนางกำนัลผู้นั้นยุยง นางก็ค่อย ๆ ตัดสินใจว่าจะจัดการเหลียงหนีหวงให้สาสม
