เซียวถิงเยี่ยนชะงักงัน เขามองหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างตะลึงงัน
หญิงสาวเงยหน้าขึ้น เผยใบหน้าแสนคุ้นเคยที่เขาคะนึงหามาทั้งวันทั้งคืน จนแทบขาดใจ
เขานิ่งงันไปทั้งร่าง ดวงตาจับจ้องแก้มนางไม่กะพริบ “อาหลวน? เหตุใดเจ้าจึงกลับมาแล้ว?”
ดวงตาของหยุนหลวนแดงก่ำ น้ำเสียงเจือสะอื้นอยู่หลายส่วน
“ได้ยินว่าหวังคุนสิ้นแล้ว ข้ากลัวท่านจะเศร้าโศกจนทนไม่ไหว จึงทิ้งทุกสิ่งไว้เบื้องหลัง เดินทางกลับมาโดยมิได้หยุดพักทั้งกลางวันกลางคืน”
“ใครจะรู้ว่าทันทีที่ข้าเข้าประตูเมือง ก็ได้ยินว่าคนของฮ่องเต้แคว้นเหลียงวางแผนเล่นงานท่าน จนท่านสูดผงพิษเข้าไป อาการสาหัสใกล้สิ้นใจแล้ว ท่านไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นข้าร้อนรนหวาดกลัวเพียงใด...อาเยี่ยน หากท่านเป็นอะไรไป จะให้ข้าทำเช่นไร?”
“เหตุใดท่านจึงไม่ระวังตัวเช่นนี้ ไม่รู้จักดูแลตนเองให้ดีบ้างเลยหรือ? ยามนี้ท่านเป็นอย่างไรบ้าง ยังรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือไม่?”
เซียวถิงเยี่ยนพลันผลักหยุนหลวนออก มือกำแน่นเป็นหมัดยกขึ้นจ่อริมฝีปากบาง ก่อนจะเริ่มไอเสียงต่ำ
เขาไออย่างหนัก จนเผลอกระอักเลือดออกมาหลายหยด
หยุนหลวนเห็นแล้วตกใจจนใบหน้าซีดเผือด
“เหตุใดอาการจึงร้ายแรงถึงเพียงนี้? หมอเทวดาหลู่อยู่ที่ใด? ให้เขามาตรวจรักษาท่านโดยเร็ว”
เซียวถิงเยี่ยนหอบหายใจ ดวงตาหม่นแสงไร้ประกาย “ไร้ประโยชน์ หมอเทวดาหลู่บอกว่านี่คือพิษกู่ เขาไม่มีความสามารถพอจะถอนพิษนี้ได้”
“เขาบอกว่าเปิ่นหวังทำได้เพียงปล่อยให้เป็นไปตามชะตาฟ้าลิขิต อาหลวน ดูท่าระหว่างเราคงมีวาสนาแต่ไร้วาสนาต่อกันจริง ๆ เปิ่นหวังมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน เกรงว่าคงมอบชีวิตสุขสันต์ให้เจ้าไม่ได้แล้ว”
