จ้าวหยุนมีแววงุนงงเต็มดวงตา เอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจว่า “ท่านอ๋อง ท่านไม่รู้สึกหรือว่าช่วงสองสามวันมานี้คุณหนูสี่ตระกูลหยุนผิดปกติเป็นพิเศษ ดูราวกับว่าพวกเราเป็นศัตรูกันเลย”
แต่ก่อนคุณหนูสี่ตระกูลหยุนหลงรักท่านอ๋องถึงเพียงไหน เหตุใดจึงพลิกหน้าเป็นหลังมือได้ในพริบตาเล่า
เรื่องนี้ช่างน่าฉงนจนคิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจ
เซียวเสวียนรุ่ยหน้าขรึม ไม่ได้ตอบอะไร ดวงตาคู่นั้นเฉียบคมถึงขีดสุด จ้องเขม็งไปยังเงาร่างของหยุนหลวนไม่วางตา
“สักวันหนึ่ง เปิ่นหวังจะให้นางคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเปิ่นหวัง อ้อนวอนอย่างเจ็บปวด ขอให้เปิ่นหวังชายตามองนางสักครั้ง”
รอจนตระกูลหยุนล่มสลาย ฮึ เขาก็ไม่รังเกียจที่จะรับหยุนหลวนมาเป็นสาวใช้ปรนนิบัติสักคน
นางไม่มีอะไรดี แต่รูปโฉมก็ไม่ได้เลวนัก
ถือเสียว่าเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงตัวน้อย ยามว่างไม่มีอะไรทำก็หยิบมาเล่นแก้เบื่อเท่านั้น
——
ไม่นานหยุนหลวนก็พบเงาร่างของพี่ใหญ่ท่ามกลางทหารมากมาย
ดวงตาของนางเป็นประกาย รีบควบม้าเข้าไปหา “พี่ใหญ่……”
หยุนเซิ่นหันกลับมา พอเห็นว่าเป็นหยุนหลวน สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที เขารีบเข้ามาใกล้นาง สีหน้าเคร่งขรึมยิ่ง ลดเสียงลงถามว่า “หนูสี่ เจ้ามาที่นี่ได้อย่างไร ท่านพ่อไม่ใช่สั่งให้เจ้ากักตัวอยู่ในจวนหรือ หากท่านพ่อรู้เข้า เจ้าต้องโดนลงโทษอีกยกใหญ่แน่”
พี่น้องทั้งหลายล้วนเกรงกลัวท่านพ่อ มีเพียงหยุนหลวนที่ไม่กลัว นางทำให้ท่านพ่อโมโหครั้งแล้วครั้งเล่า ท่านพ่อลงโทษหยุนหลวนมากที่สุด แต่นางก็ยังไม่รู้จักจำเสียที
เรื่องนี้ทำให้หยุนเซิ่นทั้งสงสารและจนปัญญา
