หยุนหลวนไม่สนใจนาง ไม่ว่านางจะอ้อนวอนร่ำไห้เพียงใด นางก็ไม่แสดงปฏิกิริยาแม้แต่น้อย
นางไม่ใส่ใจว่าเสียงร้องไห้ของเหยาฉินจะดึงดูดความสนใจจากคนด้านนอกหรือไม่
อย่างไรเสียพวกเขาก็คิดว่า เวลานี้คนทั้งสองกำลังพลอดรักกันอยู่ในห้อง ดังนั้นไม่ว่าในห้องจะมีเสียงเช่นไรก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
เรื่องในห้องหอเท่านั้นเอง หากจงหลินไม่ออกปาก ใครจะกล้าซักถาม?
ยิ่งไปกว่านั้น บริเวณไม่ไกลจากห้องนี้ยังมีองครักษ์เฮยอวี่ซุ่มเฝ้าอยู่
หากเรื่องนี้ไปถึงหูจงหลินจริง ๆ องครักษ์เฮยอวี่ก็หาใช่พวกอ่อนแอไม่ พวกเขาสามารถสับเปลี่ยนคนของจงหลินทั้งหมดได้ในพริบตา
การที่เซียวถิงเยี่ยนเข้ามาอยู่ด้วย นับเป็นหลักประกันอันใหญ่หลวงให้หยุนหลวน
เมื่อมีเขาอยู่ข้างกาย นางก็รู้สึกอุ่นใจเป็นพิเศษ
ไม่ว่าจะทำสิ่งใด นางก็ไร้ความกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น
หยุนหลวนคิดพลางเงยหน้าขึ้นมองเซียวถิงเยี่ยนด้วยแววตาอ่อนโยน
เซียวถิงเยี่ยนวางหมากดำลงหนึ่งเม็ด ครั้นสัมผัสได้ถึงสายตาอ่อนโยนของหยุนหลวน อารมณ์ของเขาก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
เขาเม้มปากยิ้ม ก่อนเอ่ยถามเสียงแผ่วว่า “มองอะไรหรือ?”
หยุนหลวนไม่หลบเลี่ยง ตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า “เห็นว่าท่านรูปงาม จึงอยากมองให้นานอีกสักหน่อย...”
ถ้อยคำนี้ทำให้เซียวถิงเยี่ยนเบิกบานใจยิ่งนัก
เซียวถิงเยี่ยนอดใจไม่ไหว โน้มกายเข้ามาเชยคางนาง แล้วจุมพิตเบา ๆ
