“ข้าขอร้อง เจ้าได้โปรดพูดกับข้าสักคำ ตอบข้าสักหน่อยได้หรือไม่? ในใจข้าหวาดกลัวเหลือเกิน เจียเอ๋อร์ ข้ากลัวเหลือเกิน เจ้าอย่า...อย่าเมินข้า อย่าจากข้าไปได้หรือไม่?”
เก๋อชิงเฉวียนพูดจนถึงท้ายประโยค น้ำตาก็ไหลอาบหน้า
ไม่ว่าเขาจะร่ำร้องอย่างไร ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากองค์หญิงเจียหมิงแม้แต่น้อย
เขาทำอะไรไม่ถูก แววตาเจือความเลื่อนลอย ค่อยๆ หันไปมองเซียวถิงเยี่ยน
“เยี่ยนอ๋อง เจ้าเกลี้ยกล่อมเสด็จอาหญิงให้ข้าหน่อยได้หรือไม่? นางรักเจ้าที่สุด ทั้งยังเชื่อฟังเจ้าที่สุด...หากเจ้าช่วยขอร้องแทนข้า นางต้องให้อภัยข้าแน่”
“เจ้าว่าข้ามีคุณความดีอันใดกัน ชาตินี้ถึงได้มีวาสนาใหญ่หลวงเช่นนี้ ได้แต่งเสด็จอาหญิงของเจ้าเป็นภรรยา? ยามนางโกรธ ข้ายังรู้สึกว่านางน่าเอ็นดูยิ่งนัก แต่การโกรธไม่ดีต่อร่างกาย จะปล่อยให้นางโกรธอยู่เสมอไม่ได้”
“เจ้าบอกนางเถิด ขอเพียงนางหายโกรธ จะให้ข้าทำสิ่งใด ข้าก็ยินดีทั้งนั้น”
แววตาของเซียวถิงเยี่ยนเต็มไปด้วยความโศกเศร้า เขาสะอื้นเอ่ยว่า “เสด็จอาหญิง...นางสิ้นพระชนม์แล้ว ท่านอา...ขอท่านอาโปรดทำใจ”
“เสด็จอาหญิงรักความสะอาดที่สุด ยามนี้พระวรกายของนางไม่เรียบร้อยนัก มิสู้พวกเราช่วยจัดแต่งให้นาง แล้วส่งนางลงสู่สุคติเถิด”
ขณะกล่าว เขาก็เตรียมจะแกะมือเก๋อชิงเฉวียนออก แล้วให้บ่าวที่เฝ้าอยู่ข้างๆ ยกองค์หญิงเจียหมิงไป
ใครจะรู้ว่าเก๋อชิงเฉวียนคล้ายคาดเดาความคิดของเซียวถิงเยี่ยนได้
เขารีบกอดร่างไร้วิญญาณขององค์หญิงเจียหมิงไว้ แล้วถอยไปด้านหลัง
