บทที่ 1113 เบามือหน่อย เหลียงอวี่หวงชะงักงัน คาดไม่ถึงเลยว่าสือชิงเหยียนจะบุกเข้ามาโดยไม่สนสิ่งใดเช่นนี้
สีพระพักตร์ของเขาพลันหม่นลงหลายส่วน
“นี่คือตำหนักบรรทมของเจิ้น หากไม่มีคำสั่งจากเจิ้น ผู้ใดก็ห้ามเข้ามา สือกูเหนียง การกระทำของเจ้าเช่นนี้ไม่เหมาะสมไปสักหน่อยหรือ...”
สีหน้าของสือชิงเหยียนซีดขาวลงเล็กน้อย
นางก้มหน้าลงด้วยความหวาดหวั่น น้ำเสียงเจือสะอื้น “ขอฝ่าบาทโปรดระงับโทสะ... เป็นหม่อมฉันที่บุ่มบ่ามเสียมารยาท... หม่อมฉัน... หม่อมฉันเองก็ไม่อยากทำเช่นนี้”
“แต่หม่อมฉันรออยู่ทั้งวันก็ยังไม่ได้พบฝ่าบาท หม่อมฉันทนไม่ไหวจริง ๆ”
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อได้ยินว่าฝ่าบาทเสด็จออกจากวังในวันนี้เพื่อไปพบเฝิงซู่ชิง ความกระวนกระวายและหวั่นใจในอกของนางก็โหมกระหน่ำดุจคลื่นทะเล ซัดสติและความสงบนิ่งของนางจนพังทลายลงสิ้น
มีคนบอกนางว่า ฝ่าบาททรงตั้งพระทัยจะสถาปนาเฝิงซู่ชิงเป็นฮองเฮาในอนาคต
นอกจากตกตะลึงแล้ว สิ่งที่นางรู้สึกยิ่งกว่าคือความหวาดหวั่นพรั่นพรึง
นางย่อมรู้จักเฝิงซู่ชิง
ทั้งสองพบหน้ากันในหลายโอกาส กระทั่งเคยนั่งดื่มชาพูดคุยกันด้วย
เฝิงซู่ชิงเป็นสตรีที่โดดเด่น การมีอยู่ของนางทำให้สือชิงเหยียนรู้สึกถึงภัยคุกคามอย่างยิ่ง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเฝิงซู่ชิงก็เช่นเดียวกับนาง ต่างปักใจรักเหลียงอวี่หวงจนถอนตัวไม่ขึ้น ในใจมีเพียงเขาผู้เดียว ต่อให้ต้องครองตัวเป็นสาวเทื้อไปจนแก่ก็ไม่ยอมแต่งให้บุรุษคนใดส่ง ๆ
ในใจของพวกนางต่างมีความยึดมั่นเช่นเดียวกัน
ในยามนี้ สือชิงเหยียนจึงตระหนักได้อย่างแท้จริง
นางไม่ใช่คนเดียวที่รักเหลียงอวี่หวงอย่างลุ่มหลง ยังมีคนอีกผู้หนึ่งที่อาจรักเหลียงอวี่หวงยิ่งกว่านางเสียด้วยซ้ำ
