หยุนเซิ่นนั่งอยู่ในรถม้า มองออกไปเห็นว่ารถม้าใกล้ถึงเขตซีเฉิง ซึ่งเป็นสถานที่ซ่อนองค์หญิงหนีหวง เขาเลิกม่านรถขึ้น แล้วเหลือบมองเงาดำที่วูบผ่านด้านหลังอย่างไม่แสดงสีหน้า
ริมฝีปากเขาโค้งขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ซือหลี่ สุนัขรับใช้ของเซียวถิงเยี่ยน
เขารู้มานานแล้วว่าหลายวันมานี้ซือหลี่คอยจับตาความเคลื่อนไหวของตน วันนี้เขาจงใจออกมาอย่างเปิดเผย ไม่คิดหลบเลี่ยงหูตาของเซียวถิงเยี่ยนแม้แต่น้อย
ในเมื่อกล้าติดตามมา ก็ต้องดูว่าอีกฝ่ายกล้าพอจะมีชีวิตกลับไปรายงานเซียวถิงเยี่ยนหรือไม่
แววอำมหิตวูบผ่านดวงตาของหยุนเซิ่น เขาลอบส่งสัญญาณให้คนชุดเทาที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด เมื่ออีกฝ่ายได้รับคำสั่งแล้ว เขาจึงค่อย ๆ วางม่านรถลง
ไม่นานนัก เสียงอาวุธปะทะกันก็ดังขึ้นนอกรถม้า
ตงเคอหน้าซีดเผือด “เกิดเรื่องอันใดขึ้น?”
หยุนเซิ่นกุมมือนางไว้ ปลอบเสียงเบา “ไม่มีอะไร อย่ากังวล มิใช่คนที่มาลอบสังหารพวกเรา พวกเราก็ชมการต่อสู้อยู่ข้าง ๆ ก็พอ...”
ตงเคอมองหยุนเซิ่นอย่างงุนงง “ชมการต่อสู้หรือ?”
ครู่ต่อมา หยุนเซิ่นก็เลิกม่านรถขึ้น ชี้ไปยังตรอกฝั่งตรงข้ามถนนสี่แยกแล้วกล่าวว่า “มีคนกำลังต่อสู้กันอยู่ ทั้งสองฝ่ายต่างชักกระบี่เผชิญหน้า ช่างดุเดือดนัก อาเคอเคยฝันมิใช่หรือว่า สักวันหนึ่งจะได้ออกรบเคียงข้างข้า?”
“การต่อสู้ครานี้คงไม่ด้อยไปกว่าการเข่นฆ่าในสนามรบ เจ้าคิดว่าในท้ายที่สุด คนชุดเทาจะเป็นฝ่ายชนะ หรือซือหลี่ ผู้ใต้บังคับบัญชาของเยี่ยนอ๋องจะเป็นฝ่ายชนะ?”
