จางหู่ไม่สนใจเสียงตวาดของคนเหล่านั้น เขาเล่าเรื่องที่ได้ยินมาเมื่อวานให้เซียวถิงเยี่ยนฟังทั้งหมดในคราวเดียว
“ข้าน้อยแอบได้ยินเฝิงอี้พูดว่า ผู้อาวุโสไม่เคยคิดจะมาพบพระองค์เลย นางเพียงใช้แผนล่อเสือออกจากถ้ำเท่านั้น เริ่มจากแสร้งทำทีคืนดีกับอวี๋ชิง จากนั้นก็แสร้งยอมสวามิภักดิ์เพื่อให้พวกท่านวางใจ”
“ที่นางพาพระองค์มายังโรงเตี๊ยมแห่งนี้ ก็เพื่อถ่วงพระองค์ไว้ จะได้ส่งคนไปยังจวนของพระองค์แล้วพาตัวคนที่ถูกพิษกู่ไป หากแผนการมิได้ผิดพลาด คนผู้นั้นคงถูกเฝิงอี้พาออกจากเมืองหลวงไปแล้ว”
หลังฟังจบ ใบหน้าของเซียวถิงเยี่ยนพลันซีดเผือด
เขาถอยหลังไปหลายก้าวอย่างโซเซ คล้ายไม่อาจทนรับแรงกระแทกจากเรื่องนี้ได้
ในยามนั้นเอง เฮยอี้พาคนกลุ่มหนึ่งบุกเข้ามาจากด้านนอก แต่ละคนบาดเจ็บเต็มกาย
เขาคุกเข่าลงตรงหน้าเซียวถิงเยี่ยนดังตุบ แววตาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและน้ำตาคลอหน่วย
“องค์อ๋อง เกิดเรื่องใหญ่แล้ว... มีคนส่งยอดฝีมือมามากมาย พวกมันเข้ามาพัวพันกับข้าน้อยเพื่อล่อข้าน้อยออกไปจากที่ประทับของพระชายา จากนั้นก็พาตัวพระชายาไปพ่ะย่ะค่ะ”
เบื้องหน้าเซียวถิงเยี่ยนพลันพร่าเลือนจนเวียนศีรษะไปหมด
ร่างของเขาโงนเงน เกือบล้มลงกับพื้น
เฮยอี้รีบลุกขึ้นประคองแขนเขาไว้ “องค์อ๋อง ทรงเป็นอะไรหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ”
โลหิตสายหนึ่งเอ่อออกจากมุมปากเซียวถิงเยี่ยน เขาขบกรามแน่น พยายามฝืนประคองอารมณ์ไว้ มือกำแขนเสื้อเฮยอี้แน่น พลางสั่งเสียงต่ำ “ให้คน... ให้คนไปปิดประตูเมือง เร่งติดตามพวกมัน ช่วยอาหลวนกลับมาให้ได้”
