เฝิงซู่ชิงลุกขึ้นทันที “เช่นนั้นอย่าปล่อยให้ท่านแม่รอนาน เจ้าไปส่งคนไปบอกท่านพ่อสักคำ ให้เขาจัดการธุระเสร็จแล้วตามไปที่หอเจียงเยว่ พวกเราไปก่อนเถิด...”
ทิงอวี่พยักหน้ารับ นางเรียกบ่าวรับใช้มาคนหนึ่ง กำชับถ้อยคำบางอย่างให้ไปแจ้งเฝิงอวี้ จากนั้นจึงประคองเฝิงซู่ชิงออกจากเรือน มุ่งหน้าไปยังหอเจียงเยว่
ครึ่งชั่วยามต่อมา รถม้าก็มาถึงหอเจียงเยว่
ครานี้เฝิงซู่ชิงสวมอาภรณ์สตรี ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเถ้าแก่หรือเสี่ยวเอ้อในร้าน ล้วนจำฐานะของนางไม่ได้
นางเองก็ไม่มีความคิดจะเปิดเผยตัวตน
นางจึงเข้าไปในหอเจียงเยว่พร้อมทิงอวี่อย่างเงียบเชียบ
คาดไม่ถึงว่าฟู่จืออวี้จะรอพวกนางอยู่ตรงประตู นางเห็นเฝิงซู่ชิงมาถึง ดวงตาพลันเป็นประกาย “พี่หญิง ท่านมาแล้วหรือ? ข้าจัดเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว รอเพียงพี่หญิงมาถึง พวกเราขึ้นชั้นบนกันเถิด”
กล่าวจบ นางก็ยื่นมือมาอย่างกระตือรือร้น หมายจะคล้องแขนเฝิงซู่ชิง
เฝิงซู่ชิงขมวดคิ้ว แล้วเบี่ยงหลบอย่างรวดเร็ว
แม้นางกับฟู่จืออวี้จะเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ทว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกนางก็ห่างเหินมาโดยตลอด ไม่เคยมีท่าทีสนิทสนมเช่นนี้
จู่ ๆ ฟู่จืออวี้กลับกระตือรือร้นต่อนางถึงเพียงนี้ ทำให้นางประหลาดใจและอึดอัดอยู่บ้าง
นางถอยหลังไปก้าวหนึ่ง สีหน้าเย็นชาอย่างยิ่ง “ที่นี่ก็ไม่มีคนนอก เจ้าไม่จำเป็นต้องเสแสร้งทำเป็นสนิทสนมเช่นนี้”
ฟู่จืออวี้ชะงักไป นางเม้มปากอย่างน้อยใจ เสียงเจือสะอื้นอยู่หลายส่วน “พี่หญิง ข้าไม่ได้เสแสร้งเสียหน่อย ข้าเพียงอยากปรับความเข้าใจกับท่านจริง ๆ”
