ในดวงตาขององค์หญิงหนีหวงพลันมีประกายยินดี นางได้ยินว่าเหลียงเหวินคังกำลังชมเชยนาง จึงดีใจจนเนื้อเต้น
นางรีบลุกขึ้นจากพื้น แล้วขยับเข้าไปหาเหลียงเหวินคังอย่างประจบสอพลอ พลางยิ้มเอาใจ “เสด็จพ่อ คนเราต้องผ่านความทุกข์ยาก จึงจะเติบโตได้ ลูกมิได้ด้อยไปกว่าเสด็จพี่ แท้จริงแล้วเสด็จพี่ไร้ความสามารถ ทั้งยังสามัญยิ่งนัก ด้วยความสามารถของเขา ย่อมแบกรับภาระของแคว้นเหลียงไม่ไหว”
“เพราะคุณธรรมไม่คู่ควรกับตำแหน่ง จึงก่อเภทภัยครั้งใหญ่ในวันนี้...เสด็จพ่ออย่าได้ใจอ่อน ยกโทษให้เสด็จพี่ในครั้งนี้ ขอเสด็จพ่อทรงลงโทษเสด็จพี่อย่างหนัก และกวาดล้างพรรคพวกของรัชทายาทให้สิ้น”
“แม้ลูกจะเป็นสตรี ทว่ามีปณิธานกว้างไกล ลูกยินดีช่วยแบ่งเบาพระราชภาระของเสด็จพ่อ และนำพาราษฎรแคว้นเหลียงของเราไปสู่ยุคอันรุ่งเรือง”
เสียงเพียะดังขึ้นพร้อมกับสิ้นคำ ฝ่ามือหนึ่งฟาดลงบนใบหน้านางอย่างแรง
องค์หญิงหนีหวงถูกตบจนมึนงงไปหมด นางเบิกตากว้าง มองเหลียงเหวินคังอย่างไม่อยากเชื่อ
“เสด็จ...เสด็จพ่อ เหตุใดจึงตบลูก?”
ใบหน้าเหลียงเหวินคังเต็มไปด้วยโทสะ เขาตวาดเสียงเย็นชา “ที่ผ่านมาเจิ้นรักและตามใจเจ้าเพียงใด คาดไม่ถึงเลยว่าเจ้ากลับคิดทำลายแคว้นเหลียงของเราไปทีละก้าว หนีหวง เหตุใดเจ้าจึงโง่เขลาเช่นนี้? เพื่อกำจัดเสด็จพี่และชิงตำแหน่งอันสูงส่ง เจ้าถึงกับสังเวยชีวิตทหารไปกว่าหนึ่งแสนนาย”
“เจ้าคิดหรือว่าเจ้ากระโดดโลดเต้นราวตัวตลกแล้ว จะไม่มีผู้ใดรู้กลอุบายที่เจ้าใช้? เจ้าคิดจริงหรือว่าจะปิดฟ้าไม่ให้เห็นตะวัน หลอกคนทั้งแคว้นเหลียงได้? หรือเจ้าคิดว่าพวกเราล้วนเป็นคนโง่ให้เจ้าหลอก?”
