หยุนหลวนไม่ทันคิดก็รับยาเม็ดนั้นมา แล้วยัดเข้าปากทันที
จากนั้นนางรอจนยาออกฤทธิ์ จึงลองเดินลมปราณดู ก่อนหน้านี้ ทุกครั้งที่เดินลมปราณ บริเวณหัวใจจะเจ็บแปลบขึ้นมาเลือนราง นางรู้ว่านั่นคือพิษที่คอยก่อกวน
บัดนี้กินยาเม็ดนี้แล้ว พิษถูกกดเอาไว้ เมื่อนางเดินลมปราณอีกครั้งก็ไม่รู้สึกไม่สบายใด ๆ อีกต่อไป หยุนหลวนกล่าวขอบคุณหมอเทวดาหลู่ แล้วสั่งความให้ทั้งสองดูแลหยุนเฟิงให้ดี ก่อนหยิบทวนที่อดีตฮ่องเต้พระราชทานขึ้นมา เปิดม่านออกไป
หวังคุนตกใจจนแทบแย่ เขามองหยุนหลวนที่ลงจากรถม้าไปแล้ว จึงรีบคว้าแขนหมอเทวดาหลู่เอาไว้
“อาจารย์ เมื่อครู่ท่านจงใจพูดเรื่องพวกนั้นทำไมขอรับ ก่อนหน้านี้ท่านไม่ใช่หรือที่บอกว่าท่านอ๋องรับมือคนพวกนั้นได้ ไฉนจู่ ๆ ก็กลับคำเสียเล่า แล้วตอนนี้ท่านยังให้ยาที่กดพิษไว้ชั่วคราวแก่คุณหนูสี่ ปล่อยให้นางออกไปอีก อันตรายนัก… ถ้าท่านอ๋องทราบเข้า ต้องทรงกริ้วแน่”
หมอเทวดาหลู่เหลือบมองหวังคุนราวกับมองคนโง่
“หวังคุน ตอนนี้เจ้าอายุสามสิบกว่าแล้วกระมัง”
หวังคุนชะงัก “เอ่อ… อยู่ดี ๆ อาจารย์ถามอายุข้าน้อยทำไมขอรับ”
“เจ้าอายุสามสิบแล้ว ป่านนี้ยังไม่มีเมีย ข้าว่าด้วยสมองแบบเจ้า คงต้องเป็นโสดไปทั้งชีวิตแน่ ตอนนี้ข้าเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดท่านอ๋องอายุยี่สิบกว่าแล้วยังไม่แต่งงาน ที่แท้ไม่ใช่ปัญหาของพระองค์เพียงผู้เดียว พวกเจ้าที่ติดตามอยู่ข้างกายท่านอ๋องก็ทึ่มจนไม่มีที่สิ้นสุดเหมือนกัน”
“…”
หวังคุนตาค้างปากอ้า มองหมอเทวดาหลู่อย่างตะลึงงัน
