ทว่าจิตใจฮึกเหิมอันแรงกล้าของพวกเขากลับถูกผู้ที่เห็นควรให้ยอมจำนนโจมตีเข้าอย่างจังในเวลาอันรวดเร็ว
“พวกเราสู้ตายได้ ยอมสละชีวิตได้ก็จริง แต่ครอบครัวของพวกเรา รวมถึงชาวเมืองจะทำเช่นไร? หรือจะให้ชาวเมืองนับแสนคนตายไปพร้อมกับพวกเราทั้งหมดหรือ?”
“ใช่แล้ว พวกเราตายไปก็ช่างเถิด แต่บิดามารดาและลูกหลานของพวกเราเล่า จะให้พวกเขาตายไปพร้อมกับพวกเราจริงหรือ? ยามนี้หนันฉูไร้ผู้นำ บ้านเมืองไร้ฮ่องเต้แล้ว แต่พวกเรายังฝืนประคองสถานการณ์อย่างยากลำบาก แล้วแท้จริงพวกเราจงรักภักดีต่อผู้ใดกัน?”
“พี่น้องทั้งหลาย พวกเจ้าคิดว่าสิ่งนี้มีความหมายหรือไม่?”
“ไม่มีความหมาย! ราชสำนักวุ่นวายจนไม่เป็นราชสำนัก บัดนี้ก็ไม่เหลียวแลพวกเราแล้ว เหตุใดพวกเรายังต้องโง่งมสู้จนตัวตายอีก? คนแคว้นเหลียงมิได้กล่าวหรือว่า ขอเพียงยอมจำนน พวกเราก็จะได้รับการปฏิบัติเช่นเดียวกับชาวแคว้นเหลียง...”
“ใช่แล้ว หากสองแคว้นรวมเป็นหนึ่งโดยแคว้นเหลียงได้จริง ต่อไปพวกเราก็จะมีสงครามน้อยลง ไม่ต้องใช้ชีวิตร่อนเร่พเนจรอีก นี่ก็นับเป็นทางเลือกที่ดีอยู่เหมือนกัน”
“แคว้นเหลียงแข็งแกร่งไม่น้อย หลายปีมานี้พวกเขาพัฒนารุดหน้าอย่างรวดเร็ว ส่วนหนันฉูของพวกเราเล่า ตั้งแต่ฮ่องเต้สุนัขผู้นั้นขึ้นครองราชย์ บ้านเมืองก็ถดถอยลงทุกปี”
“ฮ่องเต้สุนัขยังสังหารแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินอีกด้วย พอแม่ทัพพิทักษ์แผ่นดินสิ้นไป มิใช่ว่าไม่มีผู้ใดต้านทานทหารแคว้นเหลียงได้แล้วหรือ? เหตุใดพวกเราผู้บริสุทธิ์ต้องรับผลจากความผิดที่ฮ่องเต้สุนัขก่อด้วย?”
