รอยยิ้มบนใบหน้าของเฉิงเฟิงยิ่งเบิกบานขึ้นทุกที
รู้จักหยุนหลวนมานานเพียงนี้ นางไม่เคยเอ่ยชมเขาเช่นนี้มาก่อน
เห็นได้ชัดว่าการจัดการของเขาถูกต้องและชาญฉลาดเพียงใด!
เฉิงเฟิงออกคำสั่ง เหล่าองครักษ์กำยำก็ยกเกี้ยวหามสองหลังขึ้นอย่างมั่นคง ก่อนมุ่งหน้าลงจากเขาด้วยความรวดเร็ว
สือชิงเหยียนแหวกม่านรถม้า มองทิวเขาและทุ่งหิมะขาวโพลนสุดลูกหูลูกตาด้วยความเหม่อลอย
นางไม่รู้ว่าตนรออยู่ที่นี่มานานเพียงใด
ยิ่งรอ หัวใจนางก็ยิ่งเย็นเยียบ
นางภาวนาในใจเพื่อเหลียงอวี่หวงว่า ‘สวรรค์ โปรดคุ้มครองฝ่าบาทให้ปลอดภัยด้วยเถิด เพื่อการนี้ ข้ายินดีแลกด้วยอายุขัยสิบปี’
ใครจะรู้ว่า ทันทีที่คำภาวนาจบลง เงาดำกลุ่มหนึ่งก็ปรากฏขึ้นอย่างเชื่องช้าท่ามกลางหิมะขาวโพลนที่อยู่ไกลออกไป
เหลียนซินร้องขึ้นอย่างตื่นเต้นว่า “คุณหนู พวกเขากลับมาแล้ว”
“พวกเขาต้องตามหาฝ่าบาทพบแล้วแน่”
สือชิงเหยียนร่ำไห้ด้วยความยินดี นางนั่งไม่ติดอีกต่อไป รีบกระโดดลงจากรถม้า
นางเซถลา วิ่งตรงไปยังกลุ่มคนอย่างร้อนใจยิ่ง
“ฝ่าบาท…”
ระหว่างวิ่ง เท้านางลื่นไถล ร่างทั้งร่างจึงล้มกระแทกพื้นอย่างน่าอนาถ
นางดิ้นรนอยู่นาน ทว่าก็ไม่อาจลุกขึ้นจากพื้นได้
เหลียนซินตามอยู่ด้านหลัง จงใจชะลอฝีเท้า มิได้เข้าไปประคองสือชิงเหยียนในทันที
นางจงใจทำให้สือชิงเหยียนอับอายขายหน้า
เฉิงเฟิงเหลือบตาขึ้นก็เห็นสือชิงเหยียนนอนคว่ำอยู่บนพื้น ดวงตาแดงก่ำ มองมาทางพวกเขาราวกับเฝ้ารอจนแทบขาดใจ
