โจวชิงเหยียนอ่อนแรงอย่างยิ่ง นางซุกตัวอยู่ในมุมหนึ่ง ควันหนาทึบยังคงพวยพุ่งเข้าปกคลุม นางอดไออย่างรุนแรงไม่ได้
ไอร้อนระอุและเปลวเพลิงแผดเผาโหมกระหน่ำเข้าหานาง ประหนึ่งมังกรเพลิงพุ่งเข้าใส่
นางร่ำไห้ ก่อนจะหลับตาลงอย่างสิ้นหวัง
นางไม่เคยคิดเลยว่าตนจะต้องตายอย่างทุกข์ทรมานและสิ้นหวังเช่นนี้
ชีวิตนี้ของนางช่างน่าขันสิ้นดี
ไม่ว่าจะเป็นเมื่อก่อนหรือยามนี้ ล้วนไม่อยู่ในอำนาจของนาง
แม้แต่ความเป็นความตาย นางก็ยังควบคุมเองไม่ได้
ไม่มีใครมาช่วยนางได้อีกแล้ว
นางหนีจากขุมนรกแห่งความสิ้นหวังนี้ไม่พ้น
ที่จริงตายไปก็ดีเหมือนกัน สำหรับนางแล้ว นับเป็นการหลุดพ้นมิใช่หรือ
นางจะไม่ต้องเป็นหุ่นเชิดของผู้ใดอีก และไม่ต้องทำเรื่องที่นางไม่ชอบ ไม่เต็มใจทำอีกต่อไป
โจวชิงเหยียนละทิ้งความคิดที่จะมีชีวิตรอดโดยสิ้นเชิง
นางรอให้เปลวเพลิงอันดุดันกลืนกินร่างจนหมดสิ้น
ใครจะคิดว่าในยามนั้นเอง พลันมีเสียงดังสนั่นขึ้น...
ร่างของนางสะท้านเฮือก ก่อนจะลืมตาขึ้นฉับพลัน
ท่ามกลางสายตาพร่ามัว นางเห็นเงาร่างเพรียวบางร่างหนึ่งคล้ายพุ่งลงมาจากฟากฟ้าและบุกเข้ามา
นางยังไม่ทันได้สติ แขนก็ถูกใครบางคนคว้าไว้แน่น
ผู้มาเยือนมีดวงตาสุกใสเป็นประกาย เขาเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “อย่ากลัว ข้าจะพาเจ้าออกไป”
หัวใจของโจวชิงเหยียนพลันสั่นไหวอย่างห้ามไม่อยู่
เสียงของคนผู้นี้ช่างอ่อนโยนนัก
