“เรื่องระหว่างเจ้ากับจ้าวเชวี่ย หากเจ้าไม่อาจมีใจให้เขาจริง ๆ เปิ่นกงก็ไม่บังคับให้เจ้าอยู่กับเขา ในเมื่อเจ้าสวามิภักดิ์ต่อเปิ่นกง และกลายเป็นราษฎรแคว้นเหลียงแล้ว ต่อไปเปิ่นกงย่อมไม่ปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไม่เป็นธรรม”
หยุนหลวนแสร้งแสดงความซาบซึ้ง กล่าวขอบคุณว่า “หญิงสามัญขอบพระทัยองค์รัชทายาทที่ทรงเมตตา...คุณชายจ้าวเป็นคนดี สวรรค์ย่อมไม่ทอดทิ้งคนดีเช่นเขา เขาย่อมได้พบหญิงสาวที่มีใจตรงกัน”
เหลียงอวี่หวงพยักหน้า เมื่อเห็นว่านางแสดงท่าทีจริงใจนัก ความหวาดระแวงในใจต่อหยุนหลวนจึงจางลงอีกหลายส่วน หากนางมีจุดประสงค์อื่นจริง ย่อมไม่ปล่อยจ้าวเชวี่ยซึ่งเป็นหมากที่ใช้ประโยชน์ได้ดีให้หลุดมือ...
อย่างไรเสียจ้าวเชวี่ยก็ชอบนาง หากนางใช้เล่ห์กลสักหน่อย จ้าวเชวี่ยคงยินดีช่วยนางทำทุกอย่างให้บรรลุจุดประสงค์มิใช่หรือ?
แต่นางเห็นได้ชัดว่าไม่มีความคิดเช่นนั้น
นางคงเป็นหญิงสาวที่ดีคนหนึ่ง!
เหลียงอวี่หวงตั้งสติ ก่อนเปลี่ยนเรื่องกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก
“เรื่องเสิ่นฉงซาน เปิ่นกงมีคำถามอยากถามเจ้าอยู่หลายข้อ”
หยุนหลวนพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว “องค์รัชทายาทโปรดถามเถิด หญิงสามัญจะตอบตามความจริงทุกประการ”
เหลียงอวี่หวงจ้องดวงตาหยุนหลวน เอ่ยถามเน้นทีละคำด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ยามนั้นเจ้าเห็นเสิ่นฉงซานตายกับตาจริงหรือ? ตอนเขาตาย เจ้าเห็นหรือไม่ว่าในมือเขาถือสิ่งใดอยู่?”
หยุนหลวนแสร้งทำท่ารำลึกความหลัง ขมวดคิ้วนึกอยู่นาน ก่อนส่ายหน้า “ตอนนั้นควันไฟในกระโจมรุนแรงยิ่งนัก หลังหญิงสามัญเข้าไปในกระโจมก็ลืมตาไม่ขึ้นแล้ว...คุณชายเสิ่นถือสิ่งใดไว้ในมือหรือไม่ หญิงสามัญไม่ทราบเจ้าค่ะ”
