เขาจูงหวงชิวเหลียนเข้าไปในทางลับ
หวงชิวเหลียนมองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน ครั้นตามเฉินอวี้เข้าไปในทางลับแล้ว นางก็เอ่ยถามเขาด้วยความตกใจยิ่งว่า “ที่นี่มีทางลับตั้งแต่เมื่อใด? นี่เป็นชั้นสาม ทางลับนี้เชื่อมไปถึงที่ใดกัน?”
เฉินอวี้เหลือบมองหวงชิวเหลียนอย่างเรียบเฉย “ขออภัย นี่เป็นความลับของคุณชาย ข้าน้อยมิอาจบอกได้”
สีหน้าหวงชิวเหลียนเปลี่ยนไป นางตำหนิเฉินอวี้เสียงต่ำ “เฉินอวี้ เจ้าหมายความว่าอย่างไร? ยามนี้หยุนเซิ่นกลายเป็นนายของเจ้าแล้วหรือ? เจ้าทำตามคำสั่งเขาทุกอย่าง ใช่หรือไม่?”
“เจ้าลืมไปแล้วหรือว่าเจ้าเป็นคนของฝ่าบาท?”
เฉินอวี้กำหมัดแน่น เตือนเสียงต่ำ “คนที่ข้าติดตามอยู่ในยามนี้คือคุณชายหยุน มิใช่ฝ่าบาท...แต่แรกหากมิใช่เพราะคุณชายหยุน ข้าคงตายไปนานแล้ว ผู้ใดช่วยชีวิตข้าไว้ ข้าก็ย่อมภักดีต่อผู้นั้น”
หวงชิวเหลียนหัวเราะเย็นชา นางหรี่ตามองเฉินอวี้ “ดี ดีเหลือเกิน เฉินอวี้ เจ้าช่างกล้านัก ถึงกับกล้าทรยศฝ่าบาท เจ้าลืมแล้วหรือว่าเมื่อก่อนเจ้าเคยลอบสังหารโม่อ๋อง จนเกือบสังหารหยุนหลวนด้วย? หากข้านำเรื่องนี้ไปบอกหยุนเซิ่น เจ้าคิดว่าเขาจะยังไว้วางใจและให้ความสำคัญแก่เจ้าอีกหรือ?”
แววตาเฉินอวี้หม่นลง เขามองหวงชิวเหลียนอย่างเย็นชา
“เจ้าข่มขู่ข้าหรือ?”
หวงชิวเหลียนสะบัดมือเขาออก พลางเลิกคิ้วตอบว่า “นี่มิใช่การข่มขู่ แต่เป็นการกล่าวข้อเท็จจริง เฉินอวี้ จงจำไว้ ไม่ว่าเจ้าจะภักดีต่อผู้ใดในยามนี้ คนที่ควบคุมเจ้าและชี้เป็นชี้ตายเจ้าได้จากเบื้องหลัง นอกจากฝ่าบาทแล้วก็ไม่มีผู้ใดอีก”
