นางโผเข้าหาอ้อมอกฮูหยินเฝิงทันที “ท่านอาหญิง ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านยังรักและเอ็นดูข้า... ฮือ ๆ...”
“ตั้งแต่มาถึงตระกูลเฝิง ข้าก็คิดถึงท่านทุกวัน ท่านอาเขยให้คนเฝ้ารอบเรือนของท่าน ข้าเข้าไปไม่ได้เลย ข้านึกว่าชั่วชีวิตนี้คงไม่มีโอกาสได้พบท่านอาหญิง และอธิบายเรื่องนี้ให้ท่านเข้าใจเสียแล้ว ยังดีที่สวรรค์มีตา ทำให้ข้าได้พบท่านอีกครั้ง ให้เราคืนดีกันได้”
“ในใจข้า ท่านเป็นท่านอาหญิงที่ใกล้ชิดยิ่งกว่ามารดาของข้าเสียอีก มารดาข้ายังสำคัญไม่เท่าท่านเลย... ท่านอาหญิง ข้าไม่อยากห่างเหินกับท่านไปทีละน้อยจริง ๆ หากเป็นเช่นนั้น ข้าคงจมอยู่ในความทุกข์ไปชั่วชีวิต มิอาจถอนตัวได้”
คำพร่ำวิงวอนของฟู่จืออวี้จริงใจจับใจ ฮูหยินเฝิงจึงเริ่มหวั่นไหว
เด็กที่นางเลี้ยงดูและรักใคร่มาตั้งแต่เล็ก นางจะตัดใจทอดทิ้งความสัมพันธ์นี้ได้อย่างไร
เรื่องที่ผู้ใหญ่ทำผิด เหตุใดต้องไปโทษเด็ก ให้เด็กต้องแบกรับความเจ็บปวดเช่นนี้ด้วยเล่า
ฮูหยินเฝิงถอนหายใจ
นางอดยกมือขึ้นตบไหล่ฟู่จืออวี้เบา ๆ ไม่ได้
“ข้าได้ยินเรื่องที่เจ้าไปเยี่ยมข้ามาแล้ว”
“เจ้ายังมีน้ำใจเช่นนี้ ก็ไม่เสียทีที่หลายปีมานี้ข้าลำเอียงรักเจ้า”
ฟู่จืออวี้ร้องไห้จนไหล่สั่น “ข้าจะลืมได้อย่างไรว่าท่านอาหญิงคอยปกป้องข้า ท่านอาหญิงวางใจเถิด วันหน้าหากข้าได้เลื่อนฐานะสูงส่ง ข้าจะทูลขอฝ่าบาทให้พระราชทานยศสตรีแก่ท่าน ทำให้ท่านมีเกียรติยศ ให้ฮูหยินทั้งเมืองหลวงพากันอิจฉาและเข้าหาท่าน”
ฮูหยินเฝิงถูกนางเกลี้ยกล่อมจนใจเริ่มล่องลอย
ทว่าแล้วนางก็รู้สึกว่าตนทำเช่นนี้ไม่ถูก... เหตุใดเพียงคำพูดไม่กี่คำของฟู่จืออวี้จึงทำให้นางหลงจนไม่รู้เหนือใต้ได้
