เหลียงอวี่หวงเห็นว่าหยุนหลวนกับเซียวถิงเยี่ยนต่างก็เห็นชอบเฝิงซู่ชิงอย่างยิ่ง จึงไม่ได้คัดค้านต่อ
ในยามนี้ ไม่ว่าจะเป็นชาติกำเนิดหรือด้านอื่น ๆ ผู้ที่เหมาะสมจะเป็นฮองเฮาที่สุดก็มีเพียงเฝิงซู่ชิงจริง ๆ
หลายคนหารือเรื่องหยั่งเชิงเฝิงซู่ชิงจนได้ข้อสรุป จึงตัดสินใจลงมือในวันพรุ่ง
ยามเย็น สือชิงเหยียนทำซี่โครงหมูเปรี้ยวหวานให้หยุนหลวนจานหนึ่ง
หยุนหลวนสัมผัสได้ว่าเหลียงอวี่หวงรังเกียจสือชิงเหยียน... เมื่อเห็นว่าสือชิงเหยียนตั้งใจทำอาหารให้นางถึงเพียงนั้น
นางจึงอดเอ่ยเตือนสือชิงเหยียนสองสามคำมิได้
“คุณหนูสือ ชีวิตคนเรานั้นยืนยาวนัก... ตลอดชีวิตเราย่อมมีความรู้สึกผูกพันมากมาย ทั้งสายใยครอบครัว มิตรภาพ และความรัก... ความรักนั้นกินสัดส่วนในชีวิตของเจ้าไม่ถึงหนึ่งในสามด้วยซ้ำ”
“ข้าคิดว่าไม่จำเป็นต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดไปกับการคิดว่าจะรักผู้อื่นอย่างไร นอกจากความรักแล้ว เรายังมีเรื่องอีกมากมายให้ทำ การอยากได้ความรักสักครั้ง มิใช่ว่าเจ้าจะคว้ามาได้เพียงเพราะพยายามไล่ตามอย่างสุดกำลัง ความรักเกิดจากแรงดึงดูดซึ่งกันและกัน และเกื้อหนุนกันและกัน”
“เจ้าต้องทำตัวเองให้ดีเสียก่อน รู้จักรักตนเองให้ดี เป็นคนที่พึ่งพาตนเองได้และมีเสน่ห์จากบุคลิกอันงดงาม จึงจะดึงดูดสายตาผู้อื่น ทำให้หัวใจสองดวงใกล้ชิดกัน แล้วค่อย ๆ หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว”
สือชิงเหยียนฟังด้วยสีหน้างุนงง มองหยุนหลวนอย่างสับสน
“ฮูหยิน... สิ่งที่ท่านกล่าวมา ข้าฟังไม่ค่อยเข้าใจ”
นางไม่เข้าใจว่าการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวหมายถึงสิ่งใด นางรู้เพียงว่าขอแค่ได้ทุ่มเท ขอเพียงได้อยู่ข้างกายเหลียงอวี่หวง และมองเขาเป็นครั้งคราว นางก็พึงพอใจแล้ว
หยุนหลวนมองสือชิงเหยียนด้วยแววตาซับซ้อน “ยามนี้เจ้ายังไม่เข้าใจก็ไม่เป็นไร กลับไปแล้วค่อย ๆ ใคร่ครวญคำพูดของข้า เจ้าก็จะค่อย ๆ เข้าใจความหมายของมันเอง”
