ในดวงตาของหยุนเซิ่นฉายแววอำมหิตขึ้นหลายส่วน
เขาตอบเสียงเย็นชา “ข้าบอกแล้วว่านี่เป็นเรื่องระหว่างสามีภรรยา ยังไม่ถึงคราวให้คนนอกเช่นเจ้ามายุ่ง คนมา ส่งเยี่ยนอ๋องออกไป... ต่อไปหากไม่มีคำสั่งจากข้า ห้ามผู้ใดจากจวนเยี่ยนอ๋องเข้ามาในจวนแม้แต่คนเดียว”
บ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ด้านนอกต่างพากันคุกเข่าลงกับพื้นทันที
ให้พวกเขาขับไล่ผู้สำเร็จราชการผู้กุมอำนาจทั่วราชสำนักออกไป พวกเขาไม่มีความกล้าเช่นนั้นหรอก
เดิมทีซือหลี่ก็อัดอั้นโทสะอยู่เต็มอก เมื่อหยุนเซิ่นตวาดเช่นนี้ เขาก็อดกลั้นต่อไปไม่ไหว จึงรวบรวมความกล้าตำหนิหยุนเซิ่นอย่างเกรี้ยวกราด
“คุณชายใหญ่หยุน ท่านทำเกินไปแล้ว เหตุใดจึงใช้วาจาเช่นนี้กับองค์อ๋องของพวกข้า องค์อ๋องของพวกข้า หากมิใช่เห็นแก่หน้าองค์หญิงผู้พิทักษ์แคว้น จะต้องยอมลดตัวพูดกับท่านถึงเพียงนี้หรือ ท่านคิดว่าตัวเองเป็นผู้ใดกัน”
สีหน้าของเซียวถิงเยี่ยนเปลี่ยนไป เขารีบตำหนิซือหลี่
“ซือหลี่ เปิ่นหวังสั่งให้หุบปากเดี๋ยวนี้”
บรรยากาศตึงเครียดถึงเพียงนี้แล้ว เขายังกล้ามาก่อความวุ่นวายในยามนี้อีก เซียวถิงเยี่ยนปวดหัวจนแทบแตก
ซือหลี่เบ้ปาก พึมพำอย่างไม่ยินยอม “องค์อ๋อง ท่านดีกับเขาเกินไป ทั้งยังผ่อนปรนให้เขาเกินไป หากเป็นผู้อื่นที่กล้าพูดกับองค์อ๋องเช่นนี้ คงถูกทุบตีจนตายไปนานแล้ว”
หยุนเซิ่นอดหัวเราะเยาะไม่ได้ “เยี่ยนอ๋องช่างทรงอำนาจเสียจริง เพิ่งควบคุมราชสำนักได้ไม่กี่วัน ก็คิดจะสั่งฆ่าสั่งแกงบุตรชายแห่งจวนแม่ทัพตามใจชอบแล้วหรือ”
