เซียวถิงเยี่ยนส่ายหน้า สีหน้าเคร่งขรึมอย่างยิ่ง “เป็นดังที่เหลียงหนีหวงกล่าว คนที่ซุ่มอยู่รอบด้านภายนอกล้วนถูกควบคุมจิตใจ จมอยู่ในภาวะเหม่อลอย”
“ดูจากสถานการณ์นี้ พวกเขาคงต้องรอจนฟ้าสางจึงจะกลับมาเป็นปกติ”
หยุนหลวนพลันรู้สึกว่าเพราะการปรากฏตัวของเซิ่งกุย เรื่องราวจึงดูยุ่งยากขึ้นมา
นางกล่าวด้วยใจหวาดหวั่นว่า “หากกู่ตัวลูกตัวนั้นไม่ส่งเสียงประหลาดออกมา เซิ่งกุยคงพลิกใจเหลียงหนีหวงไปแล้วโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้”
“หากเหลียงหนีหวงถูกเขาควบคุม ความลับของพวกเราคงถูกเขาจับได้ในไม่ช้า ถึงเวลานั้นพวกเราย่อมตกอยู่ในอันตราย”
เซียวถิงเยี่ยนพยักหน้าโดยไม่ออกความเห็น “อันตรายยิ่งนัก ท้ายที่สุดพวกเราก็ยังประมาทเกินไป...”
หยุนหลวนขมวดคิ้วแน่น แววตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิด “แต่พวกเราก็ไม่ชำนาญศาสตร์พิษกู่ จะต่อกรกับเซิ่งกุยได้อย่างไร”
“จริงสิ ก่อนหน้านี้หมอเทวดาหลู่คิดค้นยาบางชนิดที่ใช้ต่อต้านพิษกู่ไว้ พวกเรายังเหลืออยู่บ้าง เพียงแต่ไม่รู้ว่ายาถอนพิษกู่ของชานเยว่จะใช้กับเซิ่งกุยได้ผลหรือไม่”
เซิ่งกุยเป็นผู้อาวุโสที่มีชื่อเสียงที่สุดของเผ่าอู๋กู่
เซิ่งหนี่ว์ (สตรีศักดิ์สิทธิ์) ทุกรุ่นล้วนได้รับการคัดเลือกจากเขา ก่อนที่เขาจะตัดสินใจเลือกผู้เหมาะสมในท้ายที่สุด กล่าวได้ว่าเขาต่างหากคือผู้กุมอำนาจแท้จริงของเผ่าอู๋กู่
