กล่าวได้ว่าตระกูลสือเป็นเสมือนถุงเงินของตระกูลเซียว
เงินทองที่ตระกูลสือหามาได้ในแต่ละปี เกือบครึ่งหนึ่งล้วนมอบให้เซียวกั๋วจ้าง
ด้วยทรัพย์สินมหาศาลที่มั่งคั่งยิ่งกว่าบ้านเมือง เซียวกั๋วจ้างยังอาศัยความโปรดปรานที่ฮองเฮาเซียวได้รับจากฮ่องเต้ ตระกูลเซียวจึงรวบรวมขุนนางในราชสำนักได้ถึงครึ่งหนึ่งอย่างรวดเร็ว ดึงมาไว้ใต้สังกัดจนกลายเป็นพรรคพวกของตระกูลเซียว
หากไม่มีตระกูลสือ ตระกูลเซียวคงถูกตัดแขนไปครึ่งหนึ่งเป็นแน่
ทว่าดูจากสถานการณ์ที่ดำเนินอยู่ในยามนี้ ไม่ช้าก็เร็วตระกูลเซียวต้องสูญเสียถุงเงินอันสำคัญยิ่งใบนี้ไป
สือเทียนเฮ่อไม่มีทางติดตามตระกูลเซียวอย่างมืดบอดต่อไปอีกแล้ว
เซียวถิงเยี่ยนรินชาร้อนอุ่นให้หยุนหลวน ก่อนส่งถ้วยชาใส่มือนาง ให้นางใช้คลายความหนาว
“ไม่เกินสามวัน สือเทียนเฮ่อต้องลอบหาโอกาสสร้างจังหวะเข้าใกล้รัชทายาทเป็นแน่”
หยุนหลวนประคองถ้วยชาไว้ พลางหรี่ตายิ้ม “ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็คอยดูต่อไป”
ทั้งสองอยู่ในโรงน้ำชาไม่นานนัก รอจนฝ่ามือของหยุนหลวนไม่เย็นเฉียบอีกต่อไป จึงออกจากห้องส่วนตัว มุ่งหน้าไปยังบันได
ทันใดนั้น ขณะเดินผ่านห้องส่วนตัวห้องหนึ่ง หยุนหลวนก็สัมผัสได้ถึงไอร้อนระอุพุ่งเข้าปะทะใบหน้า
ครู่ต่อมา เสียงสตรีร้องอย่างสิ้นหวังและตื่นตระหนกก็ดังมาจากหลังประตูห้อง “ไฟไหม้แล้ว! ใครก็ได้ ช่วยด้วย!”
หยุนหลวนหยุดฝีเท้า
เปลวไฟในห้องนั้นโหมรุนแรง แม้ประตูจะปิดแน่น ทว่าควันดำขมุกขมัวและแสงไฟยังเล็ดลอดออกมาจากร่องประตู ราวกับมังกรร้าย
