ต่อให้เฝิงอี้มีอุปนิสัยดีเพียงใด ยามนี้ก็ยังอดรู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาเล็กน้อยไม่ได้
นางเพียงเห็นว่าเยี่ยนอ๋องเป็นคนดี ทั้งยังรักหยุนหลวนอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่เพราะเหตุผลอื่น ต่อให้เห็นแก่หยุนหลวน นางก็ต้องช่วยดูแลเขาให้มากขึ้น
ตัวนางเองไร้วาสนาจะได้พบคนที่รักกันจากใจจริง
ย่อมอดอิจฉาหยุนหลวนกับเซียวถิงเยี่ยน ซึ่งเป็นคู่รักที่มีใจให้กันไม่ได้ ดังนั้นนางจึงไม่อยากให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดเรื่อง
คู่รักที่มีใจให้กันย่อมได้ครองคู่กัน สักวันพวกเขาจะฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ และครองคู่กันจนผมขาวอย่างแน่นอน
นางล้วนทำไปด้วยเจตนาดี ใครจะรู้ว่าความหวังดีของนางกลับถูกเฮยอี้เข้าใจผิด คิดว่านางมีเจตนาแอบแฝงเช่นนั้นหรือ?
คนผู้นี้มีปัญหาหรืออย่างไร?
เห็นชัดว่าเขาจงใจหาเรื่องนาง
เฝิงอี้สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ บอกตนเองว่าต้องใจเย็น อย่าไปถือสาคนไร้สมองผู้นี้ให้มากความ
เพื่อส่วนรวม นางอดทน!
เฝิงอี้ฝืนยกมุมปากที่แข็งค้างขึ้น ก่อนหัวเราะเสียงเบา
“อืม ท่านเฮยอี้กล่าวถูกแล้ว เป็นข้าที่ไม่รู้จักกาลเทศะ ล่วงเกินไปแล้ว ขออภัย”
เฮยอี้ยิ้มตอบอย่างสุภาพ “ไม่เป็นไร ขอเพียงแม่นางเฝิงอี้เข้าใจก็พอ ข้าเป็นบุรุษ ใจกว้างดุจอัครมหาเสนาบดี ย่อมไม่ถือสา”
เฝิงอี้ถูกโต้กลับจนพูดอะไรไม่ออกอีก
นางกำมือแน่นแล้วถอยไปยืนข้าง ๆ
มีคนยกเตาไฟกับกาน้ำชามา นางก็ไม่ได้เข้าไปช่วยจัดแจงต่อ
เฮยอี้วุ่นอยู่กับการจัดเตรียมสิ่งของเหล่านั้นด้วยตนเอง
เฝิงอี้เหลือบมองเงาร่างของเฮยอี้ ก่อนยิ้มอย่างอับจนใจ
แม้คนผู้นี้จะตรงไปตรงมาเกินไปอยู่บ้าง แต่กลับภักดีต่อเยี่ยนอ๋องยิ่งนัก
ช่างเถิด นางไม่จำเป็นต้องถือสาคนเช่นนี้ให้มากความ
ไม่คุ้มค่าเอาเสียเลย!
เซียวถิงเยี่ยนนั่งอยู่บนเก้าอี้ มีเสื้อคลุมพาดอยู่บนกาย ร่างที่แข็งทื่อชาไปก่อนหน้านี้จึงค่อยผ่อนคลายลงบ้าง
