“หึ เจ้าคิดว่าพอเสี่ยวหยุนตายแล้ว เจ้าจะได้องค์ชาย ได้หัวใจของเขามาครองหรือ? สตรีชั่วช้าอย่างเจ้า ใครถูกเจ้าชอบพอก็นับว่าเคราะห์ร้ายไปถึงแปดชั่วโคตร”
สีหน้าของชานเยว่ย่ำแย่ถึงขีดสุด นางจ้องเฉิงเฟิงด้วยความโกรธเกรี้ยว
“เจ้า...”
เฉิงเฟิงไม่แม้แต่จะปรายตามองนาง ทั้งไม่สนใจด้วยซ้ำนางจะแสดงท่าทีเช่นไร เขาหมุนกายเดินจากไปทันที
อาการของเสี่ยวหยุนยามนี้ย่ำแย่ยิ่ง เกรงว่าคงหมดหนทางช่วยเหลือแล้ว
แม่นางแสนดีเช่นนั้น กลับต้องถูกพิษจนสิ้นใจไปเช่นนี้
เฉิงเฟิงรู้สึกหนักอึ้งในใจ
ไม่รู้ว่าองค์ชายจะเป็นเช่นไร
หลายวันมานี้ เขามองออกว่าองค์ชายหวั่นไหวต่อเสี่ยวหยุนแล้ว
ต้นเหล็กพันปีในที่สุดก็ผลิดอกได้อย่างยากเย็น ทว่าไม่คาดว่าดอกไม้นั้นยังไม่ทันเบ่งบาน ก็ร่วงโรยเสียแล้ว
เหลียงอวี่หวงก้าวเดินอย่างไม่เป็นจังหวะ มุ่งหน้าไปทางห้องครัว เมื่อเข้าใกล้ เขาก็เห็นผู้คนกลุ่มหนึ่งรายล้อมเสี่ยวหยุนอยู่แต่ไกล
ส่วนเสี่ยวหยุนนอนจมกองเลือดอยู่บนพื้น
นางหลับตาแน่น หายใจรวยริน ประหนึ่งสิ้นลมหายใจไปแล้ว
เหลียงอวี่หวงหยุดยืนห่างออกไปหลายเมตร จู่ ๆ ก็ไม่กล้าเข้าใกล้
ใบหน้าของเขาซีดเผือด ได้แต่ยืนนิ่งงัน มองสตรีที่ถูกรายล้อมอยู่กลางกองเลือด ไม่ไหวติงแม้แต่น้อย
เมื่อทุกคนเห็นรัชทายาทเสด็จมา ต่างก็ขอบตาแดงก่ำ ค้อมกายคำนับ
หยุนหลวนอยู่ที่นี่และเข้ากับทุกคนได้ดี นางไม่เคยดูแคลนผู้อื่นเพียงเพราะตนเป็นผู้รับใช้ข้างกายรัชทายาท
