เซียวถิงเยี่ยนชะงักงัน ไม่เข้าใจความหมายในถ้อยคำของหยุนหลวนอยู่บ้าง
เขากำลังจะถามต่อ หยุนหลวนกลับเปลี่ยนเรื่องเสียก่อน
“ท่านช่วยไปตามหมอมารักษาพี่ใหญ่ของข้าก่อนได้หรือไม่?”
“เยี่ยนอ๋องโปรดวางพระทัย ข้าจะมอบคำตอบที่น่าพอใจแก่ราชวงศ์เซียวที่ต้องตายอย่างอนาถเหล่านั้นเป็นแน่”
ปลายจมูกของเซียวถิงเยี่ยนแสบปร่าจนแทบทนไม่ไหว น้ำเสียงของเขาพลันเจือเสียงสะอื้นอยู่หลายส่วน
นางเรียกเขาว่าเยี่ยนอ๋อง มิใช่อาเยี่ยน
คล้ายว่าเขาจะเข้าใจความหมายของหยุนหลวนขึ้นมาในฉับพลัน
เขากำหมัดแน่น ก่อนเม้มปากยิ้มออกมา
เขาเงยหน้าขึ้น พยายามกลั้นน้ำตาที่เอ่อคลอในดวงตาไว้สุดกำลัง แล้วพยักหน้าให้หยุนหลวนช้า ๆ “ได้...ข้าจะให้คนไปตามหมอมา”
เขาหันไปสั่งองครักษ์เฮยอวี่ ให้ไปตามหมอมาด้วยความเร็วที่สุด
ถัดมาเพียงชั่วอึดใจ ก็พลันมีเสียงทารกร้องจ้าดังมาจากในห้อง เสียงร้องกังวานก้องไปทั่วบริเวณ
หยุนหลวนเงยหน้ามองไปทางห้องข้าง นางกอดหลิวซื่อไว้แนบอกแน่น ก่อนเม้มปากยิ้ม “ท่านแม่ พี่สะใภ้คนที่สองคลอดแล้ว...จวนแม่ทัพของเรา ในที่สุดก็มีชีวิตใหม่ถือกำเนิดขึ้นมา”
ไม่นานนัก หมอเทวดาหลู่ก็ออกมาจากในห้องด้วยสีหน้าโล่งใจ
เขามองหยุนหลวน พลางกล่าวอย่างยินดีเป็นล้นพ้น “ฮูหยินน้อยรองและบุตรปลอดภัยทั้งคู่...”
หยุนหลวนยิ้มบาง ๆ ก่อนเอ่ยขอบคุณหมอเทวดาหลู่อย่างสุภาพ “หมอเทวดาหลู่ ท่านเหน็ดเหนื่อยแล้ว ท่านมีบุญคุณใหญ่หลวงต่อจวนแม่ทัพของเรา ข้าจะไม่ลืมบุญคุณของท่าน”
หมอเทวดาหลู่ได้ฟังถ้อยคำของหยุนหลวนแล้ว ก็รู้สึกว่านางช่างห่างเหินเกินไปอยู่บ้าง
เขาโบกมือโดยไม่รู้ตัว “จะเกรงใจไปไย พวกเราล้วนเป็นครอบครัวเดียวกัน”
