ฟู่เหวินเซิงกำหนังสือแยกทางไว้ในมือ ขมวดคิ้วน้อย ๆ มองฮูหยินฟู่ที่จากไปอย่างสงบนิ่ง
อนุสามลอบเดินเข้ามาจากนอกประตู นางมองหนังสือแยกทางในมือฟู่เหวินเซิง แทบสะกดกลั้นความยินดีและตื่นเต้นในใจไว้ไม่อยู่
“นายท่าน ท่านกับฮูหยินแยกทางกันแล้วหรือเจ้าคะ?”
ฟู่เหวินเซิงส่งหนังสือแยกทางให้อนุสาม
“ช่วยเก็บรักษาไว้ให้ดี...ข้ายังมีประโยชน์อื่นอีก”
ในเมื่อแยกทางกับฮูหยินฟู่แล้ว เรื่องนี้ก็ต้องแพร่สะพัดออกไปโดยเร็วที่สุด ให้ไปถึงพระกรรณฝ่าบาทด้วย จะได้ทำให้ฝ่าบาทเข้าใจว่าไม่ว่าฟู่จืออวี้จะก่อเรื่องใด ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับเขาผู้เป็นบิดา
ถึงยามนั้น เขาค่อยปล่อยข่าวลือออกไปอีกสักหน่อยว่าเป็นฮูหยินฟู่ที่เลี้ยงดูฟู่จืออวี้จนเสียคน เรื่องวุ่นวายที่ฟู่จืออวี้ก่อขึ้นก็จะไม่พัวพันมาถึงตัวเขาแม้แต่น้อย
อนุสามยินดีจนแทบคลุ้มคลั่ง รีบรับคำทันที
เมื่อจวนไร้ฮูหยินเอกแล้ว นางก็มิใช่ว่าจะอาศัยบุตรยกฐานะ กลายเป็นฮูหยินแห่งตระกูลฟู่หรอกหรือ?
แววปีติในดวงตานางเปี่ยมล้นจนปิดบังไม่มิด
สวรรค์ย่อมรู้ดีว่านางเฝ้ารอวันนี้มานานเพียงใด
ยามพลบค่ำ ฮูหยินฟู่พลันเชิญคนทั้งจวนไปกินอาหารที่เรือนของนาง
ไม่ว่าจะฟู่เหวินเซิง อนุสาม หรือบุตรชายหญิงที่เกิดจากอนุทั้งหลาย ฮูหยินฟู่ล้วนเชิญมาทั้งสิ้น
นางมีท่าทีจริงใจ เอ่ยตรง ๆ ว่าตนกับฟู่เหวินเซิงแยกทางกันแล้ว คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายที่นางจะอยู่ในตระกูลฟู่
