ฝ่ามือของเหลียงเหวินคังขยุ้มเส้นผมดำขลับของนางไว้แน่น ก่อนเอ่ยเสียงเย็นทีละคำว่า “ไต้เอ๋อร์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าโบยไม้เรียวห้าสิบครั้ง นางกำนัลผู้นี้อาจถึงแก่ชีวิต เพียงล่วงเกินเจ้าหนึ่งหรือสองประโยคเท่านั้น ถึงกับต้องเอาชีวิตนางเชียวหรือ?”
“เจ้าไม่ใช่คนจิตใจดีและใจกว้างมาโดยตลอดหรือ? เหตุใดวันนี้จึงผิดแผกไปจากเดิม มุ่งหมายเอาชีวิตนางให้จงได้? หรือความใจกว้างเอื้อเฟื้อที่เจ้าเคยแสดงออกมา ล้วนเป็นเพียงการเสแสร้งโดยเจตนา?”
แววตาของเซียวไต้เต็มไปด้วยความตื่นตะลึง นางมองเหลียงเหวินคังอย่างไม่อยากเชื่อ ไม่เคยนึกเลยว่าเขาจะลงมือกับนางกะทันหัน
ดวงตาของนางแดงก่ำ ใบหน้าเปี่ยมด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “ฝ่าบาท หม่อมฉันเจ็บยิ่งนัก ทรงคลายมือ ปล่อยหม่อมฉันก่อนได้หรือไม่?”
“ตอบคำถามเจิ้นมา เหล่าข้ารับใช้ในตำหนักเฟิ่งอี๋ของเจ้าที่หายตัวไปอยู่บ่อยครั้ง พวกเขาไปอยู่ที่ใดกันแน่? เจ้าประทานเมตตาให้พวกเขากลับบ้านจริง หรือถูกเจ้าทุบตีจนตาย สังหารแล้วให้คนห่อด้วยเสื่อเก่าโยนไปยังพื้นที่ฝังศพไร้ญาติ?” แรงที่มือของเหลียงเหวินคังมิได้ลดลง กลับเพิ่มขึ้นทีละน้อยตามถ้อยคำของเขา
ระหว่างทางที่เขามาหาเซียวไต้เพื่อไต่ถามเรื่องกุ้ยเหรินหว่านถูกวางยาพิษ จ้าวฉีได้เข้ามารายงานด้วยตนเองถึงเรื่องข้ารับใช้ในตำหนักเฟิ่งอี๋ที่หายตัวไปบ่อยครั้ง
จ้าวฉีกล่าวว่า จากการสืบเสาะของเขา ข้ารับใช้เหล่านั้นมิได้ถูกเซียวไต้เมตตาปล่อยกลับบ้าน คนเหล่านั้นถูกเซียวไต้สังหาร แล้วคนของตระกูลเซียวก็ลอบพาออกจากวัง ก่อนโยนลงพื้นที่ฝังศพไร้ญาติทั้งหมด
