หยุนเซิ่นเห็นทุกอย่างอยู่ในสายตา ทว่าไม่แสดงท่าทีใด แสร้งทำราวกับไม่รู้เรื่อง
เขาแทบจะกักตงเคอไว้ในจวน ตัดช่องทางติดต่อกับโลกภายนอกของนางทั้งหมด จดหมายที่นางส่งออกไป ล้วนตกอยู่ในมือหยุนเซิ่นทั้งสิ้น
ตงเคออยากอาศัยเฉินหย่งเหอสอบถามข่าวคราวภายนอก
แต่หยุนเซิ่นราวกับรู้ทันความคิดนาง เขาขวางทางไว้ทันที แขนโอบรัดเอวนางแน่น ก่อนเอ่ยเตือนเสียงต่ำ
“อาเคอ หลายวันนี้เจ้าทำสิ่งใด ข้าล้วนเห็นอยู่กับตา เจ้าไม่เข้าใจข้า ทั้งยังเอาแต่เข้าข้างเซียวถิงเยี่ยน แม้ข้าจะโกรธอยู่บ้าง แต่ก็อดทนได้”
“เรื่องของข้าไม่เคยปิดบังเจ้า หากเจ้าแพร่งพรายเรื่องเหล่านั้นออกไป ข้าก็ทำเป็นมองไม่เห็น แสร้งไม่รู้เสีย เพียงเพื่อให้เจ้าสบายใจ แต่หากเจ้าเปิดเผยความจริงแก่ผู้อื่น นั่นย่อมเป็นเครื่องหมายปลิดชีวิต น้องสะใภ้กำลังตั้งครรภ์แก่ นางรับความตกใจเช่นนี้ไม่ไหว เจ้าแน่ใจหรือว่าจะบอกนาง?”
คำพูดของหยุนเซิ่นดุจไม้หน้าสามฟาดลงกลางศีรษะ ปลุกตงเคอให้ตื่นจากภวังค์
ดวงตานางแดงก่ำ มองหยุนเซิ่นอย่างไม่อยากเชื่อ “เจ้ารู้หมดแล้วใช่หรือไม่? จดหมายที่ข้าส่งไปหาเยี่ยนอ๋องในช่วงหลายวันนี้ ล้วนตกอยู่ในมือเจ้าหมดแล้วใช่หรือไม่?”
หยุนเซิ่นมิได้ตอบรับหรือปฏิเสธ เขายกมือขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอหางตานาง “ข้าบอกแล้วให้เจ้าเชื่อฟังและว่าง่าย อาเคอ เหตุใดจึงไม่ฟังคำข้า?”
