เซิ่งกุยหาได้ถือสาหยุนหลวน
แท้จริงแล้ว บางครั้งนิสัยของหยุนหลวนก็คล้ายเมิ่งจวินยิ่งนัก
ไม่รู้เพราะเหตุใด เขามักรู้สึกว่าเมื่อได้พูดคุยกับหยุนหลวน ก็ราวกับย้อนกลับไปยังช่วงเวลาที่เคยอยู่กับเมิ่งจวิน
เขาค่อนข้างชอบความรู้สึกเช่นนี้
อารมณ์ของเขาค่อย ๆ สงบลง
เขามองหยุนหลวน ราวกับกำลังมองผ่านนางเพื่อรำลึกถึงเมิ่งจวิน
“แม่หนูน้อย ปากคอช่างคมคายนัก”
“เรื่องนี้ เจ้าเหมือนนางจริง ๆ”
หยุนหลวนได้ยินน้ำเสียงหยอกเย้าของเซิ่งกุย จึงเลิกคิ้วขึ้น...ตาเฒ่านี่หมายความว่าอย่างไร หรือว่าเห็นเงาของเมิ่งจวินอยู่ในตัวนาง?
นางอดรู้สึกขนลุกขึ้นมาไม่ได้
นางถูแขนที่ขนลุกชันโดยไม่รู้ตัว
นางขยับออกห่างจากเซิ่งกุย
เซิ่งกุยมองท่าทางของนางแล้วรู้สึกขบขันขึ้นมาทันที
เขามองหยุนหลวนอย่างสนอกสนใจ “อย่างไร? กลัวข้าหรือ?”
“เมื่อครู่ตอนเหน็บแนมข้า เยาะเย้ยข้า จงใจยั่วโทสะข้า เหตุใดเจ้าไม่กลัวเล่า? แม่หนูน้อยอย่างเจ้าใจกล้าไม่น้อย ได้ยินว่าพิษต้องแก้ด้วยพิษ ข้ายังไม่เคยสัมผัสมาก่อนว่าการถูกคนยั่วโทสะทีละน้อย จนแทบเสียสติเป็นเช่นไร”
หลายปีมานี้ อารมณ์ของเขาสงบนิ่งเพียงใด
ไม่ว่าจะพบเจอเรื่องใด ก็ไม่อาจปลุกโทสะของเขาขึ้นมาได้
แต่แม่หนูคนนี้กลับใช้เพียงไม่กี่คำ ทำให้เขาแทบเสียสติ โกรธจนกระอักเลือด
เข็มควรแทงตรงไหนจึงจะเจ็บที่สุด นางก็แทงตรงนั้น
แทงซ้ำแล้วซ้ำเล่า แทบเอาชีวิตเขาไปครึ่งหนึ่ง
ยามโทสะพลุ่งพล่าน เขาคิดสังหารนางขึ้นมาจริง ๆ
