ผ่านไปราวครึ่งเค่อ หมอก็เร่งรุดมาถึง
เริ่มจับชีพจรให้เซียวหลิง
สือเทียนเฮ่อได้ยินข่าวจึงตามมาด้วย
สีหน้าเขาหม่นคล้ำ กวาดตามองสือไห่แวบหนึ่ง “ตามข้าออกมา”
สือไห่ก้มหน้าหงอย เดินตามสือเทียนเฮ่อออกไป
สือเทียนเฮ่อยืนอยู่บนระเบียง สีหน้าบึ้งตึงอย่างยิ่ง
เขาเอ่ยถามสือไห่เสียงเย็น “เมื่อครู่เจ้าทำอะไรเซียวหลิง?”
“ข้าไม่ได้บอกหรือว่าให้พักเรื่องนางไว้ก่อน? หรือเจ้าไม่ได้ใส่ใจคำพูดของข้าเลย?”
แววตาสือไห่เต็มไปด้วยความขุ่นแค้น เขามองสือเทียนเฮ่ออย่างน้อยเนื้อต่ำใจยิ่ง “ท่านพ่อ ข้าไม่เข้าใจจริง ๆ เซียวหลิงก็แค่ตั้งครรภ์มิใช่หรือ? เด็กคนนี้จะเทียบกับชีวิตมารดาข้าได้อย่างไร?”
“เด็กที่มีสายเลือดตระกูลเซียว หากเก็บไว้ย่อมเป็นภัยในภายหน้า ข้าไม่เข้าใจว่าเหตุใดท่านจึงต้องเก็บเซียวหลิงไว้ หากท่านอยากได้หลาน ต่อไปข้าจะแต่งภรรยาใหม่ แล้วมีหลานชายหลานหญิงให้ท่านอีกหลายคน ข้าไม่อยากให้หญิงแพศยาอย่างเซียวหลิงคลอดบุตรให้ข้าแม้แต่น้อย”
สือเทียนเฮ่อมองสือไห่ คล้ายอยากพูดแต่ก็หยุด บางเรื่องเขาไม่อยากเอ่ยออกมาจริง ๆ ทว่าเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว หากยังไม่พูด อาจก่อเรื่องใหญ่ได้
เขายกมือขึ้นกดไหล่สือไห่ไว้
“มีเรื่องหนึ่ง ที่จริงแล้วข้าปิดบังเจ้ามาตลอด”
สือไห่ชะงัก เมื่อเห็นแววตาจริงจังของบิดา ลางสังหรณ์ไม่ดีก็ผุดขึ้นในใจ
“ท่านพ่อมีเรื่องใดปิดบังข้าหรือ?”
“เจ้าจำได้หรือไม่ หลังมารดาเกิดเรื่อง เจ้าเคยล้มป่วยหนักอยู่คราหนึ่ง หลายวันนั้นเจ้านอนซมอยู่บนเตียง ลุกเดินไม่ได้... ข้าเชิญหมอหลวงมาตรวจรักษาให้เจ้า” สือเทียนเฮ่อกล่าวถึงตรงนี้ก็หยุด ไม่พูดต่อ
