องค์หญิงผู้เฝ้าแผ่นดิน

ตอนที่ 1 มีชีวิตอีกครา

7 นาที· 1.5K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

ยหลันยังนอนหลับครึ่งหลับครึ่งตื่น ก็มีใครบางคนโปรยก้อนหินมาโดนข้อมือนาง

นางครางเบา ๆ พยุงศีรษะที่ปวดเมื่อยแล้วลืมตาขึ้น

เสียงแผ่วนุ่มดังแว่วมาจากนอกเรือน

“พี่สี่……พี่สี่ ตื่นเถิดพี่สี่……”

สายตาที่มัวหมองของยหลันค่อย ๆ ฟื้นชัดขึ้นท่ามกลางความมืด

แสงเทียนอาบส่องเข้ามาเล็กน้อย ทำให้นางมองเห็นสภาพภายในเรือน

นางยันกายลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ ศีรษะปวดตุบราวจะแตกสลาย

เมื่อนึกถึงเสียงที่เพิ่งเรียกนาง หัวอกก็หวนรวงรอกขึ้นมาทันที

นางเงยหน้ามองไปยังประตูเรือน

“เสี่ยวหู๋ หรือ”

หน้าต่างที่ปิดด้วยกระดาษมีรูถูกเจาะจ้ำม่วง ใบหน้าน่ารักซุกซนน้อย ๆ หนึ่งใบโผล่มาจากรูนั้น

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย มองมาที่ยหลัน “พี่สี่ ผมเรียกพี่ขนาดนั้นแล้วพี่ก็ไม่ยอมตอบกลับมา หนูหนายใจแทบขาด รุ่ยหวังนั้นคนไม่ดี พี่อย่าหลงรักเขาเลยได้ไหม และอย่าเถียงกับพ่อเพราะเขาด้วย แม่ว่าพ่อจองจำพี่ไว้ในห้องฟืนเพราะเป็นห่วงพี่ พี่เป็นอย่างไรบ้างหรือ”

ยหลันมองตาเบิกค้างไปที่ใบหน้าน้อย ๆ ข้างรูกระดาษนั้น ศีรษะว่างเปล่าเต็บไปหมด

นี่มัน…น้องชายของนางอายุเพียงสิบขวบคาวี่ ยฺหวยไดงรึ

แต่คนที่มาบอกข่าวไม่ได้บอกหรือไร ว่าเสี่ยวหู๋ตายไปแล้ว ตายเพราะเป็นโรคหวัดลม เเละเมื่อแม่เสียใจถึงกับหมดสติ กอดศพของเสี่ยวหู๋กระโดดลงบ่อน้ำในเรือนไปพร้อมกัน

นี่มันเป็นอะไรกันแน่

ทำไมเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา นางยังได้พบเห็นเสี่ยวหู๋อีกได้เล่า

ยหลันคิดว่าคงฝันไปเอง จึงเขวี้ยงตาแรง ๆ แล้วลืมขึ้น ก็พบว่าเสี่ยวหู๋ที่ยืนอยู่นอกเรือนก็ยังไม่หายไป

นางยกมือฟาดประมาณข้างแก้มตนเองเสียสองสามที

ความเจ็บปวดรุนแรงเผาซ่านไปทั้งแก้ม

เสี่ยวหู๋เห็นยหลันฟาดหน้าตัวเอง ก็ตกใจจนเผลอสะดุ้ง ถอยหลังไปหลายก้าว แววตาลุกลนทั้งคู่

“ร้ายแล้ว พี่สี่ถูกพ่อตีจนบ้าไปแล้วแน่……”

เขาเงยหน้าวิ่งหนี วิ่งไปตะโกนไปพร้อมกัน

“แม่ แม่ พี่สี่บ้าแล้ว พี่สี่ตีหน้าตัวเอง”

ยหลันยืนงงงวยค้างอยู่ตรงนั้น มองยฺหวยไดวิ่งหายไปพร้อมเสียงเปล่งดังระงมไปทั่ว

นางกอบแก้มที่เจ็บปวด เบ้าตาทั้งสองแดงก่ำ

นางรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด แผลที่ถ่ายทอดมาถึงอย่างเป็นจริงเป็นจังจนไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน

นี่ไม่ใช่ความฝัน เสี่ยวหู๋…ไม่ใช่ลุกขึ้นมามีชีวิตในความฝันของนางหรือ

นางกอบแก้มไว้ด้วยมือทั้งสอง ดวงตาแฉะไปด้วยน้ำตามองก้ำไปยังห้องฟืนที่คุ้นเคยหลังนี้——

รอบ ๆ ห้องฟืนกองสุมด้วยเชื้อเพลิงแห้ง ตรงกลางเป็นเตาไฟขนาดเล็ก

ในร่องเผาไฟยังมีถ่านไฟที่กะพริบด้วยประกายเสี้า

ตรงนี้แหละ หลังจากพ่อจองจำนางไว้ในห้องฟืนหลังนี้ แม่ลอบให้คนมาเติมไฟให้ เพราะหวังได้ว่าอย่าให้นางเย็นเจ็บจนเป็นโรคหวัดลม

แม่นามนางหลิวให้กำเนิดบุตรทั้งสิ้นห้าคน ชายสามหญิงสอง บุตรชายคนโตและคนที่สองแต่งงานไปแล้ว ธิดาคนที่สามก็หมั้นหมายไว้กับบ้านใดแล้ว ปีหน้าจะได้จัดงานมงคลสมรส

ยหลันเป็นลำดับที่สี่ มีน้องชายอีกหนึ่งคนอยู่ข้างล่าง

ท่ามกลางพี่น้องทั้งห้า นางเป็นคนซุกซนเอาแต่ใจและประพฤติตัวไม่เหมาะสมที่สุด

เหตุไฉนตั้งแต่เล็กจนโต นางจึงเข้าห้องฟืนหลังนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

หลังพี่ชายคนที่สองแต่งงาน พี่สะใภ้รักใคร่ยหลัน มักลอบซ่อนผ้าห่มไว้กันหนาวไว้ใต้กองเชื้อเพลิงเสมอ

ยหลันรู้สึกสะอื้นไหวขึ้นมาโดยไม่อาจข่มใจไว้ได้ นางคุกเข่าลงกับพื้น มือกระชากหวีดหวั่นไปยังผ้าห่มที่ซ่อนอยู่ใต้กองเชื้อเพลิง

เมื่อปลายมือสัมผัสได้ถึงผืนผ้าห่มที่นุ่มนวลนั้น

นางก็ทิ้งกายลงนั่งกับพื้น กอดผ้าห่มไว้แนบอก ข่มใจสะอื้นเบา ๆ

นางนึกถึงชาติปางก่อน เรื่องราวก่อนที่จะถูกจองจำเข้าห้องฟืน

รุ่ยหวังชวนนางไปดื่มชา แต่นางไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ ๆ จึงสิ้นสติไป เมื่อลืมตาขึ้นอีกคราก็พบว่าตนเองกำลังอกไร้เสื้อคลุมกระชั้นชิดกับรุ่ยหวัง พ่อโกรธจัดฟาดหน้านางหนึ่งปาก แล้วจองจำนางเข้าห้องฟืน

ภายหลัง นางถูกขังอยู่สองวัน ล้มป่วยเป็นโรคหวัดลมหนักหนา แทบจะสิ้นใจตาย

พ่อเข้าใจว่านางเด็ดดวงใจตายเพื่อรักใคร่รุ่ยหวัง จึงโกรธกริ้วยิ่งนัก ด่าทอนางเสีย ๆ กระนั้นยามรุ่งเช้าวันถัดมา เมื่อเข้าวังเฝ้าทูล เขาก็ทูลขอพระราชทานบุตรีให้สมรสกับรุ่ยหวัง

ผิดหวัง ยังจำพอดี ยามนั้นบ้านเมืองชายแดนมีศัตรูบุกยกทัพมารุกราน

พระเจ้าแผ่นดินตรัสว่า หากพ่อสามารถนำกองทัพตระกูลยหลันขับไล่ศัตรูได้ ยามที่เสด็จนำทัพกลับชัยชนะนั้นแหละ จะเป็นวันมงคลสมรสของนางกับรุ่ยหวัง

พ่อมิได้ทางเลือก รับพระราชโองการไว้ในทันที

สิบวันถัดมา ข่าวจากแนวชายแดนส่งมา ทัพของเราพ่ายแพ้ย่อยยับ ทหารตระกูลยหลันเก้าหมื่นนายล้มตายสังเวยในหุบเขาเฮย์เฟิง

ทุกคนต่างกล่าวหาว่าพ่อใจร้อนเสวียนเฟิงล้ำหน้า ทำให้บุตรชายเก้าหมื่นคนของหนานฉู่ต้องสิ้นชีพ

ต่อมามีผู้ค้นพบหนังสือลับคบคิดกับข้าศึกขายชาติในห้องหนังสือของพ่อ ตระกูลยหลันทั้งเก้าตระกูลแทบถูกประหารสิ้นสลาย รุ่ยหวังอ้างว่าเขาทูลขอชีวิตตระกูลยหลันจนเสี่ยงชีวิต จึงได้รับการรอดพ้นจากโทษประหารทั้งเก้าตระกูลมา

แต่แล้วนางก็บังเอิญล่วงรู้ว่า ผู้ก่อให้เกิดทุกสิ่งนี้ มิใช่พ่อ หากคือเซียวเสวียนรุ่ย

คิดถึงตรงนี้ ศีรษะของยหลันก็ร้องครืนดังไปทั้งหัว

วันนี้เป็นวันที่สามที่นางถูกขังอยู่ในห้องฟืน

พระราชโองการทูลขอมิได้ เรือนแม่ทัพเด็ดขาดห้ามผูกพันกับเรือนรุ่ยหวัง ชาติปางก่อนรุ่ยหวังอาศัยสถานะบุตรเขยของเรือนแม่ทัพเข้าเสวียนเฟิงเข้าใกล้พวกพลอยมือขวาของเรือนแม่ทัพทีละคน ลอบชักใจให้หักหลังพ่อ โดยสัญญาให้ตำแหน่งสูงเงินทองมากมาย

นางจะไม่ยอมให้ทุกอย่างซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด ไม่ยอมให้พ่อเข้าวังทูลขอพระราชทานนางสมรสกับรุ่ยหวัง

ยหลันพลิกกายลุกขึ้นยืนทันที คงเพราะลุกเร็วเกินไป หน้ามืดตาลาบ

นางเซล้มลงนั่งกับพื้นอย่างแรง ศีรษะมืดมัวครั้น

นางดิ้นรนคลานลงกับพื้น เงยหน้าจ้องมั่นไปยังประตูเรือน

“แม่……”

นางจะบอกพ่อว่า รุ่ยหวังนั้นคนเชื่อถือไม่ได้ เขาคือหมาป่าขี้หิวที่ลอบคิดอยู่หลายปี มุ่งกลืนกินตระกูลยหลันของนาง

นางฝืนมือเท้าคลานไปยังประตู

ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าย่างเข้ามาจากภายนอกแผ่ว ๆ ดวงตาของยหลันก็สว่างวาบ

เสียงเปิดกุญแจประตูดังครืดขึ้น

ยหลันยังไม่ทันที่จะรู้ตัว ทั้งร่างก็ถูกล็อบเข้าไปในอ้อมอกอันอบอุ่นหนึ่ง

“พ่อท่านนั่นแหละไม่รู้จักหนักเบา ฟาดปากแรงขนาดนี้ ทั้งหน้าบวมเป่งขึ้นมาหมด อ้าว เอ๊ะ หน้าผากทำไมถึงร้อนขนาดนี้ กระมังจะเป็นโรคหวัดลมหรือไร”

ยหลันกำแขนเสื้อของแม่นามนางหลิวไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำมองนาง

นางพยายามจะเปล่งเสียงพูด แต่สติต่อหน้ากลับมืดมนลงเรื่อย ๆ

นางห้ามหลับ นางต้องพบพ่อ นางต้องบอกคนในครอบครัว นางไม่สมรสกับรุ่ยหวังอีกแล้ว นางไม่หลงรักชายผู้นั้นอีกต่อไป

ชาตินี้นางได้มีชีวิตอีกครา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไม่ให้ตระกูลยหลันเสียน้ำตาซ้ำรอยเดิม

แต่นางฝืนเพียงใดก็ไม่อาจเปล่งวาจาขึ้นมาได้สักคำ เปลือกตาหนักอึ้งราวชั่งพันหลัก

แม่ แม่……

นามนางหลิวเห็นแล้วเจ็บปวดในใจ บีบผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาที่หัวมุมตาของยหลัน

“ไม่ร้องนะ ไม่ร้องนะ แม่พาออกไปข้างนอก เราไม่ถูกขังจำกัดอีกแล้ว แม่ไม่ฟังคำพ่อท่านแล้ว จะไม่ขังหนูไว้อีกแล้ว”

ยหลันขยับปาก ดวงตาแฉะไปด้วยน้ำตา

นางแนบติดพิงความอบอุ่นจากร่างแม่เต็มที่ ใจก็ล่องลอยนึกขึ้นมาเงียบ ๆ ว่า…นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้สัมผัสอ้อมกอดอบอุ่นของแม่เล่า

ตั้งแต่เล็กจนโต แม่ไม่เคยทรยศใจจะตีนางเลย ยังจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน ยามที่ข่าวการสิ้นชีพของพ่อและพี่ชายมาถึง แม่ฟาดหน้านางหนึ่งปากอย่างเจ็บแค้น ประกาศขาดความสัมพันธ์แม่ลูกกับนาง แล้วขับไล่นางออกจากบ้าน

จากนั้นก็สามปี สามปีเต็ม ๆ กระทั่งแม่กอดศพเสี่ยวหู๋กระโดดลงบ่อ นางก็ไม่เคยได้พบแม่อีกเลย

นางคิดถึงแม่เหลือเกิน คิดถึงจนหัวอกรวงรอก

เลือดลมคะนองขึ้น ความเดือดร้อนถึงกับซ่านถึงหัวใจ ยหลันรู้สึกตัวเมื่อปากพุ่งเลือดออกมาหยดหนึ่ง

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com
ดันขึ้นเพื่อไปตอนถัดไป