ยหลันยังนอนหลับครึ่งหลับครึ่งตื่น ก็มีใครบางคนโปรยก้อนหินมาโดนข้อมือนาง
นางครางเบา ๆ พยุงศีรษะที่ปวดเมื่อยแล้วลืมตาขึ้น
เสียงแผ่วนุ่มดังแว่วมาจากนอกเรือน
“พี่สี่……พี่สี่ ตื่นเถิดพี่สี่……”
สายตาที่มัวหมองของยหลันค่อย ๆ ฟื้นชัดขึ้นท่ามกลางความมืด
แสงเทียนอาบส่องเข้ามาเล็กน้อย ทำให้นางมองเห็นสภาพภายในเรือน
นางยันกายลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ ศีรษะปวดตุบราวจะแตกสลาย
เมื่อนึกถึงเสียงที่เพิ่งเรียกนาง หัวอกก็หวนรวงรอกขึ้นมาทันที
นางเงยหน้ามองไปยังประตูเรือน
“เสี่ยวหู๋ หรือ”
หน้าต่างที่ปิดด้วยกระดาษมีรูถูกเจาะจ้ำม่วง ใบหน้าน่ารักซุกซนน้อย ๆ หนึ่งใบโผล่มาจากรูนั้น
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเป็นห่วงเป็นใย มองมาที่ยหลัน “พี่สี่ ผมเรียกพี่ขนาดนั้นแล้วพี่ก็ไม่ยอมตอบกลับมา หนูหนายใจแทบขาด รุ่ยหวังนั้นคนไม่ดี พี่อย่าหลงรักเขาเลยได้ไหม และอย่าเถียงกับพ่อเพราะเขาด้วย แม่ว่าพ่อจองจำพี่ไว้ในห้องฟืนเพราะเป็นห่วงพี่ พี่เป็นอย่างไรบ้างหรือ”
ยหลันมองตาเบิกค้างไปที่ใบหน้าน้อย ๆ ข้างรูกระดาษนั้น ศีรษะว่างเปล่าเต็บไปหมด
นี่มัน…น้องชายของนางอายุเพียงสิบขวบคาวี่ ยฺหวยไดงรึ
แต่คนที่มาบอกข่าวไม่ได้บอกหรือไร ว่าเสี่ยวหู๋ตายไปแล้ว ตายเพราะเป็นโรคหวัดลม เเละเมื่อแม่เสียใจถึงกับหมดสติ กอดศพของเสี่ยวหู๋กระโดดลงบ่อน้ำในเรือนไปพร้อมกัน
นี่มันเป็นอะไรกันแน่
ทำไมเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมา นางยังได้พบเห็นเสี่ยวหู๋อีกได้เล่า
ยหลันคิดว่าคงฝันไปเอง จึงเขวี้ยงตาแรง ๆ แล้วลืมขึ้น ก็พบว่าเสี่ยวหู๋ที่ยืนอยู่นอกเรือนก็ยังไม่หายไป
นางยกมือฟาดประมาณข้างแก้มตนเองเสียสองสามที
ความเจ็บปวดรุนแรงเผาซ่านไปทั้งแก้ม
เสี่ยวหู๋เห็นยหลันฟาดหน้าตัวเอง ก็ตกใจจนเผลอสะดุ้ง ถอยหลังไปหลายก้าว แววตาลุกลนทั้งคู่
“ร้ายแล้ว พี่สี่ถูกพ่อตีจนบ้าไปแล้วแน่……”
เขาเงยหน้าวิ่งหนี วิ่งไปตะโกนไปพร้อมกัน
“แม่ แม่ พี่สี่บ้าแล้ว พี่สี่ตีหน้าตัวเอง”
ยหลันยืนงงงวยค้างอยู่ตรงนั้น มองยฺหวยไดวิ่งหายไปพร้อมเสียงเปล่งดังระงมไปทั่ว
นางกอบแก้มที่เจ็บปวด เบ้าตาทั้งสองแดงก่ำ
นางรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวด แผลที่ถ่ายทอดมาถึงอย่างเป็นจริงเป็นจังจนไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน
นี่ไม่ใช่ความฝัน เสี่ยวหู๋…ไม่ใช่ลุกขึ้นมามีชีวิตในความฝันของนางหรือ
นางกอบแก้มไว้ด้วยมือทั้งสอง ดวงตาแฉะไปด้วยน้ำตามองก้ำไปยังห้องฟืนที่คุ้นเคยหลังนี้——
รอบ ๆ ห้องฟืนกองสุมด้วยเชื้อเพลิงแห้ง ตรงกลางเป็นเตาไฟขนาดเล็ก
ในร่องเผาไฟยังมีถ่านไฟที่กะพริบด้วยประกายเสี้า
ตรงนี้แหละ หลังจากพ่อจองจำนางไว้ในห้องฟืนหลังนี้ แม่ลอบให้คนมาเติมไฟให้ เพราะหวังได้ว่าอย่าให้นางเย็นเจ็บจนเป็นโรคหวัดลม
แม่นามนางหลิวให้กำเนิดบุตรทั้งสิ้นห้าคน ชายสามหญิงสอง บุตรชายคนโตและคนที่สองแต่งงานไปแล้ว ธิดาคนที่สามก็หมั้นหมายไว้กับบ้านใดแล้ว ปีหน้าจะได้จัดงานมงคลสมรส
ยหลันเป็นลำดับที่สี่ มีน้องชายอีกหนึ่งคนอยู่ข้างล่าง
ท่ามกลางพี่น้องทั้งห้า นางเป็นคนซุกซนเอาแต่ใจและประพฤติตัวไม่เหมาะสมที่สุด
เหตุไฉนตั้งแต่เล็กจนโต นางจึงเข้าห้องฟืนหลังนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน
หลังพี่ชายคนที่สองแต่งงาน พี่สะใภ้รักใคร่ยหลัน มักลอบซ่อนผ้าห่มไว้กันหนาวไว้ใต้กองเชื้อเพลิงเสมอ
ยหลันรู้สึกสะอื้นไหวขึ้นมาโดยไม่อาจข่มใจไว้ได้ นางคุกเข่าลงกับพื้น มือกระชากหวีดหวั่นไปยังผ้าห่มที่ซ่อนอยู่ใต้กองเชื้อเพลิง
เมื่อปลายมือสัมผัสได้ถึงผืนผ้าห่มที่นุ่มนวลนั้น
นางก็ทิ้งกายลงนั่งกับพื้น กอดผ้าห่มไว้แนบอก ข่มใจสะอื้นเบา ๆ
นางนึกถึงชาติปางก่อน เรื่องราวก่อนที่จะถูกจองจำเข้าห้องฟืน
รุ่ยหวังชวนนางไปดื่มชา แต่นางไม่รู้ว่าเหตุใดจู่ ๆ จึงสิ้นสติไป เมื่อลืมตาขึ้นอีกคราก็พบว่าตนเองกำลังอกไร้เสื้อคลุมกระชั้นชิดกับรุ่ยหวัง พ่อโกรธจัดฟาดหน้านางหนึ่งปาก แล้วจองจำนางเข้าห้องฟืน
ภายหลัง นางถูกขังอยู่สองวัน ล้มป่วยเป็นโรคหวัดลมหนักหนา แทบจะสิ้นใจตาย
พ่อเข้าใจว่านางเด็ดดวงใจตายเพื่อรักใคร่รุ่ยหวัง จึงโกรธกริ้วยิ่งนัก ด่าทอนางเสีย ๆ กระนั้นยามรุ่งเช้าวันถัดมา เมื่อเข้าวังเฝ้าทูล เขาก็ทูลขอพระราชทานบุตรีให้สมรสกับรุ่ยหวัง
ผิดหวัง ยังจำพอดี ยามนั้นบ้านเมืองชายแดนมีศัตรูบุกยกทัพมารุกราน
พระเจ้าแผ่นดินตรัสว่า หากพ่อสามารถนำกองทัพตระกูลยหลันขับไล่ศัตรูได้ ยามที่เสด็จนำทัพกลับชัยชนะนั้นแหละ จะเป็นวันมงคลสมรสของนางกับรุ่ยหวัง
พ่อมิได้ทางเลือก รับพระราชโองการไว้ในทันที
สิบวันถัดมา ข่าวจากแนวชายแดนส่งมา ทัพของเราพ่ายแพ้ย่อยยับ ทหารตระกูลยหลันเก้าหมื่นนายล้มตายสังเวยในหุบเขาเฮย์เฟิง
ทุกคนต่างกล่าวหาว่าพ่อใจร้อนเสวียนเฟิงล้ำหน้า ทำให้บุตรชายเก้าหมื่นคนของหนานฉู่ต้องสิ้นชีพ
ต่อมามีผู้ค้นพบหนังสือลับคบคิดกับข้าศึกขายชาติในห้องหนังสือของพ่อ ตระกูลยหลันทั้งเก้าตระกูลแทบถูกประหารสิ้นสลาย รุ่ยหวังอ้างว่าเขาทูลขอชีวิตตระกูลยหลันจนเสี่ยงชีวิต จึงได้รับการรอดพ้นจากโทษประหารทั้งเก้าตระกูลมา
แต่แล้วนางก็บังเอิญล่วงรู้ว่า ผู้ก่อให้เกิดทุกสิ่งนี้ มิใช่พ่อ หากคือเซียวเสวียนรุ่ย
คิดถึงตรงนี้ ศีรษะของยหลันก็ร้องครืนดังไปทั้งหัว
วันนี้เป็นวันที่สามที่นางถูกขังอยู่ในห้องฟืน
พระราชโองการทูลขอมิได้ เรือนแม่ทัพเด็ดขาดห้ามผูกพันกับเรือนรุ่ยหวัง ชาติปางก่อนรุ่ยหวังอาศัยสถานะบุตรเขยของเรือนแม่ทัพเข้าเสวียนเฟิงเข้าใกล้พวกพลอยมือขวาของเรือนแม่ทัพทีละคน ลอบชักใจให้หักหลังพ่อ โดยสัญญาให้ตำแหน่งสูงเงินทองมากมาย
นางจะไม่ยอมให้ทุกอย่างซ้ำรอยเดิมเด็ดขาด ไม่ยอมให้พ่อเข้าวังทูลขอพระราชทานนางสมรสกับรุ่ยหวัง
ยหลันพลิกกายลุกขึ้นยืนทันที คงเพราะลุกเร็วเกินไป หน้ามืดตาลาบ
นางเซล้มลงนั่งกับพื้นอย่างแรง ศีรษะมืดมัวครั้น
นางดิ้นรนคลานลงกับพื้น เงยหน้าจ้องมั่นไปยังประตูเรือน
“แม่……”
นางจะบอกพ่อว่า รุ่ยหวังนั้นคนเชื่อถือไม่ได้ เขาคือหมาป่าขี้หิวที่ลอบคิดอยู่หลายปี มุ่งกลืนกินตระกูลยหลันของนาง
นางฝืนมือเท้าคลานไปยังประตู
ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าย่างเข้ามาจากภายนอกแผ่ว ๆ ดวงตาของยหลันก็สว่างวาบ
เสียงเปิดกุญแจประตูดังครืดขึ้น
ยหลันยังไม่ทันที่จะรู้ตัว ทั้งร่างก็ถูกล็อบเข้าไปในอ้อมอกอันอบอุ่นหนึ่ง
“พ่อท่านนั่นแหละไม่รู้จักหนักเบา ฟาดปากแรงขนาดนี้ ทั้งหน้าบวมเป่งขึ้นมาหมด อ้าว เอ๊ะ หน้าผากทำไมถึงร้อนขนาดนี้ กระมังจะเป็นโรคหวัดลมหรือไร”
ยหลันกำแขนเสื้อของแม่นามนางหลิวไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำมองนาง
นางพยายามจะเปล่งเสียงพูด แต่สติต่อหน้ากลับมืดมนลงเรื่อย ๆ
นางห้ามหลับ นางต้องพบพ่อ นางต้องบอกคนในครอบครัว นางไม่สมรสกับรุ่ยหวังอีกแล้ว นางไม่หลงรักชายผู้นั้นอีกต่อไป
ชาตินี้นางได้มีชีวิตอีกครา ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไม่ให้ตระกูลยหลันเสียน้ำตาซ้ำรอยเดิม
แต่นางฝืนเพียงใดก็ไม่อาจเปล่งวาจาขึ้นมาได้สักคำ เปลือกตาหนักอึ้งราวชั่งพันหลัก
แม่ แม่……
นามนางหลิวเห็นแล้วเจ็บปวดในใจ บีบผ้าเช็ดหน้าเช็ดน้ำตาที่หัวมุมตาของยหลัน
“ไม่ร้องนะ ไม่ร้องนะ แม่พาออกไปข้างนอก เราไม่ถูกขังจำกัดอีกแล้ว แม่ไม่ฟังคำพ่อท่านแล้ว จะไม่ขังหนูไว้อีกแล้ว”
ยหลันขยับปาก ดวงตาแฉะไปด้วยน้ำตา
นางแนบติดพิงความอบอุ่นจากร่างแม่เต็มที่ ใจก็ล่องลอยนึกขึ้นมาเงียบ ๆ ว่า…นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้สัมผัสอ้อมกอดอบอุ่นของแม่เล่า
ตั้งแต่เล็กจนโต แม่ไม่เคยทรยศใจจะตีนางเลย ยังจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ได้พบกัน ยามที่ข่าวการสิ้นชีพของพ่อและพี่ชายมาถึง แม่ฟาดหน้านางหนึ่งปากอย่างเจ็บแค้น ประกาศขาดความสัมพันธ์แม่ลูกกับนาง แล้วขับไล่นางออกจากบ้าน
จากนั้นก็สามปี สามปีเต็ม ๆ กระทั่งแม่กอดศพเสี่ยวหู๋กระโดดลงบ่อ นางก็ไม่เคยได้พบแม่อีกเลย
นางคิดถึงแม่เหลือเกิน คิดถึงจนหัวอกรวงรอก
เลือดลมคะนองขึ้น ความเดือดร้อนถึงกับซ่านถึงหัวใจ ยหลันรู้สึกตัวเมื่อปากพุ่งเลือดออกมาหยดหนึ่ง
