หยุนหลวนยิ้มบาง ๆ มิได้กล่าวสิ่งใด
สือชิงเหยียนมีใจอยากผูกสัมพันธ์กับนาง จึงมองหยุนหลวนด้วยดวงตาแดงก่ำอย่างจริงใจ “พระชายา หากภายหน้ามีสิ่งใดที่อยากให้ข้าจัดการ ข้าย่อมยินดีบุกน้ำลุยไฟโดยไม่ปฏิเสธ”
หยุนหลวนเพียงยิ้ม มิได้ตอบรับสิ่งใด
สือชิงเหยียนรู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาในทันใด เมื่อนางเห็นว่าหยุนหลวนมิได้กระตือรือร้นนัก จึงไม่กล้าแสดงความเอาใจใส่มากเกินไป เกรงว่าหยุนหลวนจะรังเกียจ
เหลียนซินรีบประคองสือชิงเหยียนให้ลุกขึ้นจากพื้น
ราวครึ่งเค่อให้หลัง รถม้าก็เตรียมพร้อม เซียวถิงเยี่ยนประคองหยุนหลวนขึ้นรถม้า
เขายังสั่งให้คนเตรียมรถม้าอีกคันให้สือชิงเหยียน
เมื่อขึ้นรถม้าแล้ว เซียวถิงเยี่ยนมองหยุนหลวนอย่างไม่เข้าใจ ก่อนถามว่า “เหตุใดเจ้าจึงรับปากให้สือชิงเหยียนตามพวกเราออกจากวังมาด้วย? ชะตาของเหลียงอวี่หวงยังไม่แน่ชัด ให้นางตามไปด้วยก็มีแต่จะเป็นภาระ หากเหลียงอวี่หวงเป็นอะไรขึ้นมาจริง ๆ ด้วยนิสัยดื้อรั้นของสือชิงเหยียน เกรงว่านางคงคิดปลิดชีพตามไป”
หยุนหลวนอดหัวเราะพรืดออกมาไม่ได้ “ปลิดชีพตามไปหรือ? คงไม่ถึงขั้นนั้นกระมัง... เหลียงอวี่หวงมีโอกาสถึงแปดในสิบส่วนว่าจะปลอดภัย ข้ามีลางสังหรณ์ว่า หลังจากเผชิญเคราะห์ครั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเหลียงอวี่หวงกับเฝิงซู่ชิงคงก้าวหน้าไปมาก”
“เฝิงซู่ชิงน่าจะยอมเข้าวังเป็นฮองเฮาแล้ว ที่ข้าให้สือชิงเหยียนตามไป ก็เพื่อให้นางเข้าใจอย่างชัดเจนว่าเหลียงอวี่หวงมิใช่ของนางเพียงผู้เดียว และนางก็ขัดขวางสตรีคนอื่นไม่ให้ก้าวเข้าไปในใจเหลียงอวี่หวงมิได้”
