เหลียงอวี่หวงตักน้ำแกงใส่ชาม แล้วยื่นให้นาง
“เจ้าและข้าเป็นสามีภรรยากัน ระหว่างเราไม่ต้องพูดจาห่างเหินเช่นนั้น ฮองเฮา กินให้มากหน่อย ร่างกายของเจ้าผอมเกินไปแล้ว...”
เฝิงซู่ชิงก้มหน้า ขอบตารู้สึกร้อนผ่าวเล็กน้อย
นางเอ่ยขอบคุณเสียงแผ่ว
อาหารมื้อค่ำคืนนี้นับเป็นมื้อที่ดีที่สุดและอิ่มเอมใจที่สุด ตั้งแต่นางเข้าวังมา
หลังมื้อค่ำ ทิงอวี่ให้คนนำน้ำชามา เหลียงอวี่หวงนั่งอยู่ข้างโต๊ะหนังสือ จัดการราชกิจ ส่วนเฝิงซู่ชิงเอนกายอยู่บนตั่งนุ่ม หยิบหนังสือเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด นางก็ผล็อยหลับไป
ท่ามกลางความสะลึมสะลือ จู่ ๆ นางก็รู้สึกว่ามีคนอุ้มนางขึ้น
ความง่วงงุนที่เดิมปกคลุมอยู่พลันจางหายไปกว่าครึ่ง
แต่นางไม่กล้าลืมตา ร่างกายแข็งเกร็งเล็กน้อย
เหลียงอวี่หวงเป็นผู้ช้อนนางขึ้นมาในอ้อมแขน... เขาประคองนางอย่างระมัดระวัง พลางเดินไปยังเตียง
นางซบอยู่ในอ้อมอกกว้างของเขา รับรู้ถึงไออุ่นและกลิ่นอายจากร่างกายของเขา
หัวใจนางเต้นระรัวไม่หยุด
แก้มแดงระเรื่อขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
เหลียงอวี่หวงวางนางลงบนเตียงอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็ช่วยถอดเสื้อตัวนอกและรองเท้าให้นาง
ตลอดกระบวนการ แม้จะเงียบสงัดไร้เสียง แต่เฝิงซู่ชิงกลับรู้สึกหวานชื่นและเป็นสุขยิ่งนัก
ความสุขเช่นนี้ช่างงดงามเหลือเกิน
นางเกิดความคิดเพ้อฝันขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล หวังว่าความอ่อนโยนเป็นพิเศษที่เขามอบให้นี้จะยืนยาวขึ้นอีกสักหน่อย... นานขึ้นอีกสักหน่อย
เหลียงอวี่หวงวางนางลงบนเตียง ดึงผ้าห่มมาคลุมให้ แล้วจึงกลับไปจัดการราชกิจที่โต๊ะหนังสือ
