โจวชิงเหยียนได้ยินเสียงถาม จึงได้สติกลับคืนมา
ครู่ต่อมา นางพลันสังเกตเห็นว่ามีบางสิ่งอยู่ในมือ ราวกับกำลังคว้าเอาไว้
นางมองตามแขนลงไป ก็อดชะงักงันเล็กน้อยมิได้
แขนเสื้อสีเขียวอ่อนถูกนางกำไว้ในมือ
นางตกใจ รีบคลายมือจากแขนเสื้อ
หยุนหลวนอดหัวเราะเบา ๆ มิได้ “คุณหนูฟื้นแล้วหรือ?”
“ในที่สุดท่านก็ยอมปล่อยแขนเสื้อของข้าเสียที ข้านั่งอยู่ตรงนี้จนร่างกายแข็งทื่อไปหมดแล้ว... หากท่านยังไม่ฟื้น ข้าคงทนต่อไปไม่ไหวจริง ๆ”
โจวชิงเหยียนเลื่อนสายตาไปยังใบหน้าของหยุนหลวน
ใบหน้าสะอาดสะอ้านและสง่างามปรากฏแก่สายตานาง
หัวใจนางพลันกระตุกวูบ
นางมองหยุนหลวนอย่างตื่นเต้น “ท่าน... ท่านเป็นคนช่วยข้าไว้หรือ?”
หยุนหลวนยังไม่ทันพยักหน้าตอบ สาวใช้ก็เอ่ยขึ้นก่อน
“คุณหนู คุณชายท่านนี้เป็นผู้ช่วยท่านไว้เจ้าค่ะ คุณชายมิใช่เพียงมีวรยุทธ์สูงส่ง แต่ยังอ่อนโยนและเอาใจใส่ยิ่งนัก ตอนที่ท่านหมดสติ ท่านคว้าแขนเสื้อของคุณชายไว้ไม่ยอมปล่อย คุณชายก็ไม่โกรธ ทั้งยังอยู่ที่นี่ให้ท่านจับแขนเสื้อไว้เช่นนั้น”
นางไม่เคยเห็นบุรุษคนใดอ่อนโยนและเอาใจใส่คุณหนูถึงเพียงนี้มาก่อน
เฮ้อ หากคุณหนูมิได้ถูกกำหนดให้เข้าร่วมการคัดเลือกสนม
นางคงอยากจับคู่คุณหนูกับคุณชายท่านนี้เสียแล้ว
บุญคุณช่วยชีวิตนั้น สมควรตอบแทนด้วยการมอบกายให้มิใช่หรือ
โจวชิงเหยียนฟังแล้ว พวงแก้มก็แดงระเรื่อขึ้นอย่างห้ามมิอยู่
