ฮูหยินเฝิงไม่ได้ระวังตัวแม้แต่น้อย เส้นผมของนางถูกกระชากหลุดไปกำใหญ่ หนังศีรษะชุ่มโชกไปด้วยเลือด จนแหว่งเป็นหย่อมใหญ่
ภาพที่เปื้อนเลือดเช่นนั้นชวนให้ผู้พบเห็นขนลุกขนพอง
นางล้มลงกับพื้น ร้องไห้ปานหัวใจจะแหลกสลาย
เรื่องทางนี้แพร่ไปถึงอนุสามแห่งตระกูลฟู่ในเวลาไม่นาน อนุสามยินดีจนแทบหัวเราะออกมา
นางกำชับคนของตนไม่ให้เข้าไปยุ่ง ไม่ต้องไต่ถามสิ่งใดทั้งสิ้น...ปล่อยให้ฮูหยินฟู่คลุ้มคลั่งไปตามลำพัง
ถึงอย่างไร นางก็รังเกียจที่เห็นฮูหยินเฝิงมาอาศัยกินอยู่ในจวนของพวกเขาโดยไม่จ่ายเงินแม้แต่แดงเดียว ทรัพย์สินของตระกูลฟู่ภายหน้าล้วนเป็นของบุตรชายนาง ทุกมื้อที่ฮูหยินเฝิงกินในตระกูลฟู่ย่อมเท่ากับแบ่งเอาทรัพย์สินในภายหน้าของบุตรชายนางไป เมื่อฮูหยินฟู่คนโง่เขลามาช่วยจัดการเรื่องยุ่งยากแทนนาง แล้วนางจะไม่ยินดีได้อย่างไร?
อีกอย่าง สตรีที่ถูกสามีและบุตรธิดาทางบ้านสามีรังเกียจอย่างฮูหยินเฝิง ยังจะมีอนาคตอันใดอีก?
เกรงว่าอีกไม่นานคงถูกหย่าแล้ว
นางหวังว่าฮูหยินฟู่คนบ้าผู้นั้นจะไล่ฮูหยินเฝิงที่ชวนขัดตาออกจากตระกูลฟู่ไปเสีย เช่นนั้นสำหรับนางจึงนับเป็นเรื่องดีที่ได้ประโยชน์ถึงสองต่อ
อนุสามครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกำชับคนด้านล่างว่า หากถึงคราวจำเป็นก็ช่วยเหลือฮูหยินฟู่สักหน่อย
ขอเพียงอย่าให้ฮูหยินเฝิงไปก่อเรื่องถึงนายท่านก็พอ
ยามนี้อนุสามเป็นผู้ดูแลตระกูลฟู่ ใครเล่าจะกล้าขัดคำสั่งนาง
แม้จะเป็นเพียงอนุคนหนึ่ง แต่วิธีจัดการของนางเด็ดขาดฉับไวเสียยิ่งกว่าฮูหยินฟู่มากนัก เพียงสองวัน บ่าวไพร่ส่วนใหญ่ในจวนก็ถูกนางสยบจนสิ้น
ดังนั้น แม้ฮูหยินเฝิงจะถูกฮูหยินฟู่ทุบตีจนหน้าตาบวมช้ำ ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ทั้งในเรือนยังเอะอะวุ่นวายถึงเพียงนั้น ก็ไม่มีใครเข้ามาถามไถ่แม้สักคำ
