สือชิงเหยียนแววตาวูบไหว มองนางกำนัลผู้นั้นอย่างไม่อยากเชื่อ
“เจ้าคิดเช่นนี้จริงหรือ?”
“แน่นอนเพคะ...ฝ่าบาทของพวกเราทรงเดียวดายมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ แทบไม่มีผู้ใดยอมสละชีวิตเพื่อพระองค์ คุณหนูช่วยชีวิตพระองค์โดยไม่ลังเล แม้พระองค์จะทรงสงบนิ่งอยู่ภายนอก แต่ในพระทัยมิใช่ว่าไร้ความหวั่นไหวเสียหน่อย” นางกำนัลคิดประจบสือชิงเหยียน หวังว่าวันหน้าจะได้อยู่รับใช้ข้างกายนาง
ด้วยเหตุนี้ นางจึงตั้งใจช่วยวิเคราะห์เรื่องเหล่านี้ให้สือชิงเหยียน
นางมีลางสังหรณ์ว่า วันหน้าตำแหน่งของสือชิงเหยียนย่อมไม่ต่ำต้อยเป็นแน่
อีกทั้งนางยังมีบุญคุณต่อฝ่าบาท พระองค์ย่อมไม่ทรงปฏิบัติต่อนางอย่างไม่เป็นธรรม
เพียงข้อนี้ข้อเดียว สือชิงเหยียนก็เหนือกว่าสตรีส่วนใหญ่แล้ว
นางมีความได้เปรียบอยู่
ขอเพียงฉลาดและรู้จักใช้ข้อได้เปรียบนี้ อนาคตของสือชิงเหยียนย่อมไร้ขีดจำกัด
หากนางได้ติดตามนายเช่นนี้ ชีวิตอันสุขสบายก็คงอยู่ไม่ไกลแล้วมิใช่หรือ?
นางกำนัลมองดวงตาที่เคยหม่นหมองของสือชิงเหยียนค่อยๆ สว่างไสวขึ้น ในใจก็พอคาดเดาได้แล้ว
นางกล่าวต่อว่า “ในเมื่อคุณหนูตัดสินใจอยู่ต่อ ก็คงเตรียมใจไว้แล้วว่าภายหน้าฝ่าบาทจะมีสตรีอีกมากมาย”
“เรื่องเหล่านี้ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้...แต่คุณหนูควรเข้าใจว่า สิ่งที่ควรทำที่สุดในยามนี้มิใช่หึงหวง ท่านก็ไม่มีฐานะจะหึงหวงเรื่องที่เลื่อนลอยเช่นนั้น ควรฉวยโอกาสไว้ต่างหาก ใกล้น้ำย่อมได้จันทร์ก่อน...ในเมื่อฝ่าบาทยังมิได้ใกล้ชิดสตรีเหล่านั้น คุณหนูก็ควรแสดงตนให้ดีต่อพระพักตร์”
