ยามนี้สภาพจิตใจของเซียวไต้แทบจะวิกลจริต ถ้อยคำที่กล่าวออกมาจึงสับสนวกวนอยู่บ้าง
เหลียงอวี่หวงฟังคำพูดของนาง พลางมองใบหน้าที่ฉายแววเคียดแค้น
แววตาของเขาวูบไหว ก่อนจะถอนหายใจเบา ๆ
วันนี้เขามาที่นี่ด้วยจุดประสงค์หลายประการ
ประการแรก คือบอกความลับของกำไลวงนั้นแก่เซียวไต้ จากนั้นค่อย ๆ บีบคั้นนางจนเสียสติ สูญสิ้นสติสัมปชัญญะ
ประการที่สอง คือยืนยันความจริงเรื่องการสิ้นพระชนม์ของเสด็จแม่ บัดนี้เซียวไต้เป็นพยานปากสุดท้ายที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อมีคำรับสารภาพของนาง ความมืดดำที่ซุกซ่อนมานานหลายปีกับเรื่องที่เสด็จแม่สิ้นพระชนม์ก็จะค่อย ๆ ถูกเปิดเผยในที่สุด
ประการที่สาม แน่นอนว่าย่อมต้องใช้เซียวไต้ทำบางสิ่ง
เขายังต้องสืบทอดบัลลังก์แคว้นเหลียงอย่างถูกต้องชอบธรรม มือของเขาจะต้องไม่แปดเปื้อนโลหิตจากการสังหารบิดาผู้ให้กำเนิด
เซียวไต้จึงกลายเป็นอาวุธคมกริบที่ใช้ทิ่มแทงเหลียงเหวินคัง
สภาพจิตใจของเซียวไต้ในยามนี้บรรลุถึงความคาดหวังของเขาแล้ว
ดังนั้นเขาจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อ
การสิ้นพระชนม์ของเสด็จแม่ ล้วนเป็นผลจากการจัดการของเหลียงเหวินคัง
เขาอยากรู้ยิ่งนักว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ ถึงทำให้บุรุษผู้นั้นโหดเหี้ยมลงมือสังหารเสด็จแม่ได้อย่างเลือดเย็น
จากนี้เขาจะไปพบเหลียงเหวินคังอีกครั้ง
เขาจะฟังคำสำนึกผิดครั้งสุดท้ายจากปากของเหลียงเหวินคังด้วยตนเอง…
เหลียงอวี่หวงหมุนกายช้า ๆ แล้วเดินออกจากห้องขัง
หยุนหลวนยืนอยู่ด้านนอก มองเหลียงอวี่หวงที่เดินออกมาด้วยสีหน้าอิดโรย
