“ความสงบสุขรุ่งเรืองของหนันฉูในยามนี้ ล้วนเกิดจากจวนแม่ทัพของพวกเจ้า บรรพบุรุษรุ่นแล้วรุ่นเล่าของตระกูลหยุน รวมถึงเหล่าวีรบุรุษไร้นามทั้งหลาย ที่ใช้เลือดและน้ำตาหล่อหลอมจนแผ่นดินสงบสุข…เจ้าไม่ช่วยพิทักษ์ก็แล้วไป แต่กลับคิดจะทำลายเสียเองหรือ? หยุนเซิ่น หากบิดาของเจ้าล่วงรู้สิ่งที่เจ้ากระทำ เจ้าคิดว่าเขาจะผิดหวังในตัวเจ้าหรือไม่?”
หยุนเซิ่นเผชิญหน้ากับคำถามทีละประโยคของตงหย่ง ซึ่งคมกริบราวคมมีด
เขาถึงกับไร้คำโต้แย้ง
สิ่งที่ตงหย่งกล่าวล้วนถูกต้อง
เขารู้ดีเช่นกันว่าเส้นทางที่ตนเลือกเดินนั้นขัดกับเจตนาของบิดา
หากบิดายังรับรู้เรื่องราวอยู่บนสรวงสวรรค์ และล่วงรู้สิ่งที่เขากระทำ ย่อมต้องผิดหวังและโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างยิ่ง
แต่…แล้วอย่างไรเล่า?
ครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยคิดจะปกป้องครอบครัวและแผ่นดิน จะยอมสละเลือดเนื้อและชีวิตเพื่อแผ่นดินหนันฉู ท้ายที่สุดแล้วเขาได้รับสิ่งใด? จวนแม่ทัพได้รับสิ่งใด?
มีแต่ความหวาดระแวงไม่รู้จบ การเข่นฆ่าอันโหดเหี้ยม ความหวาดกลัวและความทุกข์ทรมานที่ไม่มีวันสิ้นสุด!
พอแล้ว พอจริง ๆ
หยุนเซิ่นสูดจมูก ก่อนยิ้มหยัน
“ท่านพ่อตา ท่านจะเข้าใจได้อย่างไร? ไม่ใช่แค่ท่าน อาเคอเองก็ไม่เข้าใจ…ไม่มีผู้ใดเข้าใจข้า แต่ขอเพียงข้ารู้ว่าตนกำลังทำสิ่งใดก็พอแล้ว”
ตงหย่งขุ่นเคืองเป็นอย่างยิ่ง เขาสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง “ดื้อรั้นไม่ฟังคำใคร ข้าช่างเสียเวลาเปล่าจริง ๆ”
