ตั้งแต่เล็ก เซียวไต้ก็พร่ำสอนนางให้แก่งแย่งชิงอำนาจ ผลักดันให้นางขึ้นเป็นจักรพรรดินีแห่งแคว้นเหลียง ด้วยเหตุนี้ เหลียงหนีหวงจึงมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมายนั้นมาตลอด
นานมาแล้วที่นางสูญสิ้นความคิดเป็นของตนเองและตัวตนของตนไป
กระทั่งเผชิญหน้ากับความตาย นางจึงได้ตื่นรู้ขึ้นมาในที่สุด
ช่วงสิบกว่าปีแรกในชีวิต ล้วนมีไว้เพื่อความทะเยอทะยานของเซียวไต้ทั้งสิ้น
เหลียงอวี่หวงกุมมือเปื้อนเลือดของเหลียงหนีหวงไว้แน่น
เสียงของเขาแหบพร่าอย่างยิ่ง เอ่ยปลอบโยนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“พักรักษาบาดแผลให้ดี เจ้าจะต้องไม่เป็นไร...”
เหลียงหนีหวงส่ายหน้าทั้งน้ำตาคลอ นางเอ่ยขัดเสียงของเหลียงอวี่หวงอย่างอ่อนแรง “ข้า... ข้ารู้ว่าคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน เสด็จพี่... ขอเพียงพระองค์ยินดีให้อภัยข้า ข้า... ข้าก็ตายตาหลับแล้ว”
“จนถึงวาระสุดท้าย ข้ายังไม่รู้เลยว่าบิดามารดาผู้ให้กำเนิดเป็นใคร ข้าจะรบกวนเสด็จพี่สัก... สักเรื่องได้หรือไม่?”
นางแทบจะรวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพื่อกล่าวถ้อยคำเหล่านี้
ดวงตาคู่นั้นซึ่งเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาจับจ้องเหลียงอวี่หวงไม่วางตา
เหลียงอวี่หวงเองก็สัมผัสได้ในใจ ว่านางคงเหลือเวลาอีกไม่มาก
คนใกล้ตายย่อมกล่าวคำจริงใจ เขาทนทำลายความปรารถนาสุดท้ายของเหลียงหนีหวงไม่ได้
“ได้ เรารับปากเจ้า รับปากว่าจะทำให้เรื่องหนึ่ง”
เหลียงหนีหวงยิ้มออกมาอย่างยินดี นางหอบหายใจแล้วเอ่ยทีละคำ “ขอ... ขอเสด็จพี่ช่วยสืบหาที่อยู่ของบิดามารดาผู้ให้กำเนิดข้า ไม่ว่าพวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ขอเสด็จพี่ช่วยให้ข้าได้ใกล้ชิดพวกเขาสักหน่อยได้หรือไม่?”
