“ข้าบอกแล้วว่าไม่พาเจ้ามา แต่บิดาของเจ้ากลับยืนกรานให้ข้าพาเข้าวัง บอกว่าจะให้เจ้าเปิดหูเปิดตา ดูเอาเถิด พามาด้วยก็มีแต่ทำให้ข้าอับอายขายหน้า ช่างโชคร้ายเสียจริง อยู่บ้านคอยกวนใจข้ายังไม่พอ ถึงกับตามมาถึงวังแล้วยังก่อกวนข้าอีก”
“หากเป็นเช่นนี้ต่อไป สักวันข้าคงถูกเจ้าทำให้โกรธจนตาย… ข้านึกว่าคลอดลูกสาวแสนรู้ใจเสียอีก ที่แท้ก็คลอดเจ้าหนี้ตัวร้ายมาแท้ ๆ”
เฝิงซู่ชิงถูกมารดาผลักจนล้มลงกับพื้น ก้อนหินแหลมคมบนพื้นครูดจนข้อศอกและฝ่ามือของนางเป็นแผล
ความเจ็บแสบอย่างรุนแรงทำให้นางอดน้ำตาคลอไม่ได้
นางกำลังจะเบะปากร้องไห้ ทว่าพอเห็นความชิงชังและเย็นชาในดวงตาของมารดา ก็กลั้นเสียงสะอื้นทั้งหมดกลับลงไป
“ท่านแม่ ลูกผิดไปแล้ว ลูกไม่ควรเอาเรื่องกับน้องหญิง… ท่านอย่าโกรธเลย ลูกจะไม่กวนท่าน ลูกจะเชื่อฟังท่านแต่โดยดี ท่านอย่าเกลียดลูกได้หรือไม่?”
มารดาไม่สนใจนาง ราวกับไม่ได้ยินคำขอโทษนั้นด้วยซ้ำ
มารดาอุ้มฟู่จืออวี้ เดินเข้าไปในฝูงชนที่แออัดพร้อมกับท่านน้าสะใภ้ แล้วหายลับไป
เพียงชั่วพริบตา นางก็หามารดาไม่พบแล้ว
หยาดน้ำตาของนางพลันเอ่อทะลักออกมาในบัดดล
นางไม่สนใจจะร้องไห้ ในใจเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จึงยกแขนเสื้อเช็ดน้ำตา แล้วรีบลุกขึ้นจากพื้น
นางเดินกะเผลกไล่ตามทิศทางที่มารดาจากไป
ทว่านางวิ่งอยู่นาน ร้องเรียกมารดาหลายครั้ง ก็ยังหาไม่พบว่ามารดาอยู่ที่ใด
