ฮูหยินเฝิงโกรธจนใบหน้าซีดสลับเขียว
นางไม่เคยคิดเลยว่าเฝิงซู่ชิงจะกล่าววาจาฝืนครรลองเช่นนี้ออกมา
แต่ไหนแต่ไรมา มีสตรีคนใดบ้างที่ไม่ออกเรือนและให้กำเนิดบุตร?
สตรีนอกจากออกเรือนและให้กำเนิดบุตรแล้ว ยังจะมีหนทางอื่นใดอีก?
หากบวชเป็นชีขึ้นมา ชีวิตนี้ของนางก็ย่อยยับแล้ว
อยู่กับตะเกียงเขียวและพระพุทธรูปโบราณไปตลอดชีวิต จะมีสิ่งใดดีงามกัน?
ถึงยามนั้น ชื่อเสียงของตระกูลเฝิงและตระกูลฟู่ล้วนถูกนางทำลายจนหมดสิ้น
การแต่งงานของบุตรหลานทั้งสองตระกูลย่อมได้รับผลกระทบไปด้วย
นางยกแขนสั่นเทา ชี้ไปยังเฝิงซู่ชิง “เจ้า... เจ้าบ้าไปแล้วหรือ? เหตุใดจึงพูดจาเหลวไหล กล่าววาจาไร้สาระเช่นนี้ออกมา?”
“เฝิงซู่ชิง เจ้าคิดจะทำให้ข้าโมโหตายหรือ?”
นางเซถอยหลังไปหลายก้าว เกือบจะล้มลง
เฝิงซู่ชิงขมวดคิ้ว หมายจะเข้าไปประคองฮูหยินเฝิง ทว่าฟู่จืออวี้อยู่ใกล้กว่า จึงเข้าไปพยุงแขนฮูหยินเฝิงได้ก่อนนาง
เฝิงซู่ชิงชะงักงัน ก่อนหดแขนที่ยื่นออกไปกลับมาอย่างแข็งทื่อ นางค่อย ๆ กำมือแน่น แววตาฉายความกังวล มองฮูหยินเฝิงอยู่เงียบ ๆ
ฟู่จืออวี้ยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังฮูหยินเฝิงเบา ๆ เพื่อช่วยให้นางสงบลง “ท่านป้า โปรดระงับโทสะ อย่าให้โกรธจนเสียสุขภาพเลย”
ฮูหยินเฝิงใช้เวลาครู่ใหญ่กว่าจะสงบลง ใบหน้าที่ซีดเผือดค่อย ๆ กลับมามีสีเลือดขึ้นบ้าง
นางตามใจเฝิงซู่ชิงมาหลายปี จนบัดนี้อดทนถึงขีดจำกัดแล้ว นางจะก่อเรื่องเช่นไรก็ช่างเถิด แต่ไม่ว่าอย่างไร จะปล่อยให้กระทบต่อการแต่งงานและชื่อเสียงของคนหนุ่มสาวทั้งสองตระกูลไม่ได้
