เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ถัดมาเพียงชั่วพริบตาก็เห็นเสี่ยวหยุนฟื้นคืนชีพ ค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง
เขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง มองหยุนหลวนอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
“ฟื้น...ฟื้นคืนชีพแล้ว”
หยุนหลวนยกมุมปาก ยิ้มบาง ๆ ให้หูอวี่ “พี่หูไม่ต้องกังวล ข้ายังไม่ตาย จึงไม่ใช่ผีและไม่ได้ฟื้นคืนชีพอะไรทั้งนั้น”
พอหูอวี่ได้ยินว่านางยังไม่ตาย ดวงตาก็พลันเป็นประกาย
“เสี่ยวหยุน เจ้ายังไม่ตายจริง ๆ หรือ? ดีเหลือเกิน องค์รัชทายาทของข้าทรงรักเจ้าสุดหัวใจ หากทรงทราบเรื่องนี้ คงดีพระทัยยิ่งแน่”
“พวกเราจะหันรถม้ากลับเดี๋ยวนี้ แล้วมุ่งหน้ากลับค่ายโดยเร็ว นี่เป็นข่าวดียิ่งใหญ่จริง ๆ...”
หยุนหลวนหัวเราะเยาะ “พี่หูคิดว่านี่เป็นข่าวดีหรือ? ยามนี้คนที่ฟื้นคืนชีพอย่างข้ากำลังใช้มีดสั้นจ่อคอท่านอยู่”
ขณะกล่าว ปลายมีดสั้นก็ขยับเข้าไปอีกเล็กน้อย
หูอวี่รู้สึกเจ็บแปลบ ปลายมีดอันคมกริบกรีดผิวตรงลำคอจนเป็นแผล
เขาจึงเพิ่งได้สติกลับคืนมา
หูอวี่มองหยุนหลวนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก “เจ้า...เจ้าจะฆ่าข้าหรือ?”
“เพราะ...เพราะเหตุใด?”
หยุนหลวนยิ้มมุมปาก ก่อนค่อย ๆ ลอกหนังมนุษย์ที่แปะอยู่บนใบหน้าของตนออก
ใต้หนังมนุษย์ เผยให้เห็นโฉมงามล่มเมือง
หูอวี่มองใบหน้านั้น พลันนิ่งงันไปชั่วขณะ
“เจ้า...เจ้าแปลงโฉมหรือ? เจ้าเป็นใครกันแน่?”
หยุนหลวนให้หยุนหวยนำเชือกมามัดหูอวี่ไว้
นางมิได้ปิดบังหูอวี่ เอ่ยตอบตามจริงทีละคำว่า “ข้าคือหยุนหลวน องค์หญิงผู้พิทักษ์แคว้นแห่งหนันฉู และเป็นแม่ทัพใหญ่ที่ประจันหน้ากับพวกท่านแคว้นเหลียง ช่วงหลายวันมานี้ ข้าแปลงโฉมเป็นเสี่ยวหยุน ลอบเข้าไปในค่ายทหารแคว้นเหลียง ต้องขอบคุณท่านกับน้องชายจ้าวที่ช่วยดูแลพวกเราพี่น้อง เพราะฉะนั้นท่านวางใจได้ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ไม่ฆ่าท่าน”
