“สือชิงเหยียน หวังว่าในวันหน้าเจ้าจะไม่เสียใจจริง ๆ”
กล่าวจบ เขาก็หันหลังจากไป ไม่เหลียวมองสือชิงเหยียนอีกแม้แต่แวบเดียว
ดวงตาของสือชิงเหยียนแดงก่ำ นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น มองแผ่นหลังของเหลียงอวี่หวงที่จากไป
นางรู้ว่าการยกบุญคุณที่ช่วยชีวิตมาขอร้องเมื่อครู่นั้นแฝงความหมายบีบบังคับอยู่หลายส่วน ภายในใจเขาคงไม่สบอารมณ์เป็นแน่
ทว่า...นางไม่มีหนทางอื่น มีเพียงทำเช่นนี้จึงจะอยู่ในวังหลวงแห่งนี้ได้ และกลายเป็นสตรีของเขาได้
นางชอบเขาเหลือเกิน รักเขาสุดหัวใจ
ไม่ว่าจุดจบจะเป็นเช่นไร นางก็จะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่ลังเล
——
ยามพลบค่ำ เหลียงอวี่หวงให้คนไปเชิญหยุนหลวนกับเซียวถิงเยี่ยนเข้าวังเป็นพิเศษ
เขาสั่งให้จัดงานเลี้ยงในวังอย่างประณีตยิ่ง
ภายในงานไม่มีผู้อื่น มีเพียงพวกเขาสามคนเท่านั้น
เขายกจอกสุราขึ้น คารวะเซียวถิงเยี่ยน
“หลายวันมานี้ ต้องขอบคุณแรงสนับสนุนจากพวกท่านทั้งสอง เจิ้นจึงได้ขึ้นครองราชย์อย่างราบรื่น สุราจอกนี้ เจิ้นขอคารวะพวกท่าน...”
เซียวถิงเยี่ยนไม่ได้ปฏิเสธ ยกจอกสุราขึ้นดื่มรวดเดียวหมด
หยุนหลวนดื่มสุราไม่ได้ จึงรินน้ำเปล่าหนึ่งจอกขึ้นตอบรับ
นับตั้งแต่นางเข้านอนเมื่อวาน นางหลับไปเต็มวันเต็มคืน หลังตื่นขึ้นมาก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ราวกับร่างกายฟื้นคืนชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง
เมื่อได้รับเทียบเชิญจากเหลียงอวี่หวง นางก็เดาได้ว่าคงเกี่ยวกับเรื่องเลือกฮองเฮา จึงไม่ได้ปฏิเสธและเข้าวังมาพร้อมเซียวถิงเยี่ยน
หลังดื่มสุราไปหนึ่งจอก เหลียงอวี่หวงก็ไม่ปิดบังอีก เขาเล่าเรื่องที่สือชิงเหยียนมาขอร้องตนอย่างตรงไปตรงมา
หยุนหลวนเลิกคิ้ว มองเหลียงอวี่หวงอย่างไม่อยากเชื่ออยู่บ้าง
“สือชิงเหยียนผู้นี้ช่างมีใจรักมั่นต่อท่านยิ่งนัก”
“ในเมื่อนางอยากเป็นพระสนมของท่าน ก็แต่งตั้งนางเป็นสนมสักตำแหน่ง เรื่องนี้มีสิ่งใดให้กลัดกลุ้มกัน?”
