แววตาของเฟิงไห่เต็มไปด้วยความตกตะลึง เขามองตวนอ๋องอย่างไม่อยากเชื่อ
“ท่านอ๋องทรงเชื่อฉู่หยิงถึงเพียงนี้เชียวหรือ? เขาไม่ใช่คนดี กำลังทำลายท่านทีละก้าว ท่านไม่รู้สึกบ้างหรือพ่ะย่ะค่ะ?”
ฉู่หยิงหรี่ดวงตาหงส์ มองเฟิงไห่ด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง
“องครักษ์เฟิง คำพูดของท่านเกินไปบ้างหรือไม่? ท่านด่าข้าก็ช่างเถิด ข้าใจกว้าง ไม่ถือสาท่าน แต่เหตุใดถึงใส่ร้ายว่าข้ามีเจตนาร้ายต่อท่านอ๋องด้วย? ทุกสิ่งที่ข้าทำล้วนวางแผนเพื่อท่านอ๋อง ท่านจะกล่าวว่าข้ากำลังทำลายท่านอ๋องได้อย่างไร?”
“ยามนี้ท่านอ๋องถูกบีบจนไร้ทางถอย หากไม่ช่วยองค์หญิงหนีหวงให้พลิกสถานการณ์กลับมา ก็ไม่มีทางอื่นให้เลือกแล้ว องครักษ์เฟิง หากไม่เข้าใจ ก็หุบปากเสีย ไยต้องกล่าววาจาร้ายกาจถึงเพียงนี้เพื่อยุแยงข้ากับท่านอ๋อง? หรือเห็นท่านอ๋องทรงไว้วางใจข้า จึงเริ่มรู้สึกว่าตนกำลังตกอยู่ในอันตราย เลยกล่าวใส่ร้ายข้า หวังขับไล่ข้าไปจากข้างกายท่านอ๋อง?”
เฟิงไห่ถูกคำพูดของฉู่หยิงอุดปากจนพูดไม่ออก
เขารีบอธิบายกับตวนอ๋อง “ท่านอ๋อง กระหม่อมมิได้หมายความเช่นนั้น... กระหม่อมมิได้คิดใส่ร้ายฉู่หยิง เพียงแต่กังวลว่าเขาจะมีแผนการไม่ซื่อ...”
เสียงเพียะดังขึ้น ตวนอ๋องตบหน้าเฟิงไห่โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
“หุบปาก... เฟิงไห่ นับแต่ฟางชิงฉือสิ้นชีวิต เจ้าก็เลอะเลือนขึ้นทุกวัน คุณชายฉู่ทุ่มเททุกอย่างเพื่อเปิ่นหวัง แต่เจ้ากลับเสียมารยาทกับเขาถึงเพียงนี้ บอกมา ที่เจ้าผูกใจเจ็บเปิ่นหวัง เป็นเพราะการตายของฟางชิงฉือใช่หรือไม่?”
