เต๋อเฟยหาได้มีความขุ่นเคืองแม้แต่น้อย เมื่อเห็นสีหน้ากังวลของนาง เฉิงซื่อก็อดคาดเดาไม่ได้ว่า หากมิใช่เพราะยามนี้ดึกมากแล้ว อีกทั้งฝ่าบาทเสด็จไปเยี่ยมฮองเฮา เต๋อเฟยคงไปตำหนักหย่งฝูเพื่อเยี่ยมฮองเฮาแต่แรก
เต๋อเฟยทอดถอนใจด้วยความกังวล “เหนียงเหนียงคงติดหวัดเพราะเมื่อวานทรงดูแลฝ่าบาทเป็นแน่ เมื่อเริ่มมีไข้สูงแล้ว อาการหวัดนี้คงไม่หายภายในวันสองวัน เหนียงเหนียงต้องทรงลำบากอยู่หลายวัน...”
“รอให้ฮองเฮาหายดีแล้ว เปิ่นกงค่อยไปคารวะนาง ช่วงหลายวันนี้จะไม่ไปรบกวนนางพักรักษาตัว ฝ่าบาทเสด็จไปอยู่เป็นเพื่อนเหนียงเหนียง เปิ่นกงก็วางใจแล้ว...ขันทีเฉิง รบกวนท่านให้คนไปส่งเปิ่นกงกลับด้วย”
เฉิงซื่อไม่คิดเลยว่าเต๋อเฟยจะมีอุปนิสัยอ่อนโยนถึงเพียงนี้
เรื่องนี้นับว่าผ่านพ้นไปได้อย่างปลอดภัย เขารีบสั่งคนให้ไปส่งเต๋อเฟยกลับอย่างนอบน้อม
ทางด้านเหลียงอวี่หวง ไม่นานก็เสด็จถึงตำหนักหย่งฝู
เมื่อเสด็จไปถึง เฝิงซู่ชิงหลับไปแล้ว ทว่าร่างกายยังคงมีไข้สูง จึงหลับไม่สนิทนัก
แม้ดื่มยาแล้ว แต่อุณหภูมิในร่างกายก็ยังขึ้น ๆ ลง ๆ เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว
ทิงอวี่เฝ้าอยู่ข้างเตียงตลอด ไม่กล้าหลับตาพักแม้แต่น้อย
ทุกครึ่งชั่วยาม นางจะคอยแตะหน้าผากเฝิงซู่ชิงเพื่อตรวจดูอุณหภูมิ
นางยังใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ วางบนหน้าผากเฝิงซู่ชิงเป็นระยะ เพื่อช่วยลดไข้ ทันใดนั้น คนด้านนอกก็เข้ามารายงานว่าฝ่าบาทเสด็จมา
ทิงอวี่ดีใจยิ่ง ดวงตาแดงก่ำ ลุกขึ้นทั้งน้ำตาด้วยความปลาบปลื้ม
