เขาดูคล้ายไม่กลัวเลยว่าจะเผชิญอันตราย
ท่าทีของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ สุขุมเยือกเย็น
“พวกเรานั่งลงสนทนากันให้ดีเถิด เรื่องสงครามของแคว้นเหลียงมิใช่จะกล่าวให้กระจ่างได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่ประโยค เมื่อข้ามาด้วยความจริงใจเช่นนี้ ท่านก็คงไม่มีเหตุผลที่จะปฏิเสธข้อเสนอของข้ากระมัง?”
หยุนหลวนหันไปมองหยุนเฟิง ก่อนถามความเห็นเขาเสียงเบา “พี่รอง ท่านคิดว่าเรื่องนี้เชื่อถือได้หรือไม่?”
หยุนเฟิงเฝ้าสังเกตทุกถ้อยคำและการกระทำของเหลียงอวี่หวงอยู่ข้างๆ มาโดยตลอด
เขาคิดว่า สมแล้วที่เป็นรัชทายาทแห่งแคว้นเหลียง
แม้จะสวมเพียงเสื้อคลุมเรียบง่าย ทว่ารัศมีสูงศักดิ์ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด กับบุคลิกสุภาพสง่างามราวกับเป็นธรรมชาติ ก็ชวนให้ผู้คนเกิดความรู้สึกดีด้วยได้ไม่น้อย
รูปลักษณ์ของเขาอาจไม่งดงามไร้ที่ติเหมือนเยี่ยนอ๋อง ทว่าก็หล่อเหลาสง่าผ่าเผย อ่อนโยนดุจหยก
เพียงพิจารณาจากใบหน้า เขาก็มิใช่คนต่ำช้าหรือเจ้าเล่ห์เพทุบาย
หยุนเฟิงครุ่นคิดอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนพยักหน้าให้หยุนหลวนช้าๆ “นั่งลงสนทนากับเขาได้ หากพวกเราบรรลุข้อตกลงกับเขา แคว้นหนันฉูในวันหน้าก็อาจไม่ต้องเผชิญทุกข์จากภัยสงครามอีก”
“เขาเป็นถึงรัชทายาทแห่งแคว้นเหลียง ย่อมมีอำนาจต่อรองอยู่มาก อีกทั้งยังมาด้วยท่าทีจริงใจเช่นนี้ ยากที่ผู้ใดจะปฏิเสธ”
หยุนหลวนปรารถนาเหลือเกินให้ใต้หล้าสงบสุข
ดังนั้น ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีใด ขอเพียงทำให้บ้านเมืองสงบสุขได้ นางก็ยินดีลองดูสักครั้ง
นางสั่งให้คนเปิดประตูเมืองเฟิ่งเฉิงทันที
