เหลียงเหวินคังยากจะยอมรับข่าวการสิ้นพระชนม์ของเหลียงหนีหวง เขาลุกขึ้นอย่างเสียอาการ ก่อนเดินโซเซไปหยุดตรงหน้าฮองเฮาเซียว แล้วคว้าต้นแขนของนางไว้แน่น พลางตวาดถามเสียงแหบพร่า
“เซียวไต้… เจ้าจงบอกความจริงแก่เจิ้น หนีหวงเป็นฝีมือเจ้าหรือไม่?”
“เจ้ากลัวว่าหนีหวงจะกระทบความมั่งคั่งรุ่งเรืองของตระกูลเซียว จึงยอมตัดขาดสายสัมพันธ์ ฆ่านางปิดปากโดยไม่ขออนุญาตเจิ้นและตัดสินใจลงมือเองใช่หรือไม่?”
ฮองเฮาเซียวเม้มริมฝีปาก น้ำตาเอ่อคลอในดวงตา นางร่ำไห้อย่างน่าเวทนา
นางส่ายหน้า น้ำเสียงสะอื้นจนขาดห้วง “ฝ่าบาท หรือในพระทัยของพระองค์ หม่อมฉันเป็นคนใจร้ายเช่นนั้นหรือเพคะ? หนีหวงเป็นบุตรแท้ ๆ ที่หม่อมฉันอุ้มท้องสิบเดือน ผ่านความยากลำบากนับไม่ถ้วนกว่าจะให้กำเนิด หม่อมฉันจะลงมือเอาชีวิตนางได้อย่างไรเพคะ?”
“ฝ่าบาททรงปกป้องนางอย่างสุดกำลัง หม่อมฉันสำนึกในพระกรุณายังไม่ทัน แล้วจะขัดพระประสงค์ในยามคับขันเช่นนี้ ทำให้ความทุ่มเทของฝ่าบาทสูญเปล่าได้อย่างไรเพคะ?”
เมื่อเหลียงเหวินคังเห็นนางน้ำตานองหน้า ท่าทางโศกเศร้ายิ่งนัก ความสงสัยในใจเขาก็คลายลงไปหลายส่วน
“เจ้าไม่ได้สั่งให้คนลงมือกับหนีหวงจริงหรือ?”
ฮองเฮาเซียวซบลงในอ้อมแขนของเหลียงเหวินคัง มือกำเสื้อของเขาไว้แน่น “ฝ่าบาท หรือในพระทัยของพระองค์ หม่อมฉันเป็นหญิงใจอำมหิต อำมหิตถึงขั้นวางยาพิษบุตรแท้ ๆ ของตนหรือเพคะ?”
“เหตุใดพระองค์จึงสงสัยหม่อมฉันเช่นนี้? หนีหวงสิ้นแล้ว หม่อมฉันเจ็บปวดและทุกข์ทรมานยิ่งกว่าผู้ใด พระองค์จะทรงใช้มีดกรีดแทงหัวใจหม่อมฉันซ้ำในยามนี้ได้อย่างไรเพคะ?”
