เฝิงอี้ก้าวไปข้างหน้า แจ้งจุดประสงค์ที่มาให้ทราบ จากนั้นก็มีคนเข้าไปรายงาน
รออยู่ไม่นาน พวกเขาก็เปิดประตูวัง ให้เฝิงอี้และคนอื่น ๆ เข้าไปด้านใน
เฝิงอี้กลั้นหายใจ พยายามสงบใจให้มากที่สุด
นางก้าวข้ามประตูวังสูงตระหง่าน เข้าไปในตำหนัก
ภายในตำหนักมีแม่นมสองคนสวมชุดนางกำนัลยืนอยู่ เครื่องแต่งกายประณีตหรูหรา หากไม่รู้มาก่อน คงนึกว่าพวกนางเป็นแม่นมจากในวังจริง ๆ
เมื่อเห็นเฝิงอี้ พวกนางก็ค้อมกายคำนับอย่างนอบน้อม
เฝิงอี้รู้ว่าตำแหน่งของโจวเฉียงในตำหนักใต้ดินแห่งนี้มิใช่ชั้นต่ำ
ดังนั้นเหล่าแม่นมผู้คุ้มกัน รวมถึงนางกำนัลแทบทุกคนจึงเคารพนางอย่างยิ่ง
เฝิงอี้พยักหน้า จากนั้นชี้ไปยังหยุนหลวนซึ่งอยู่ในเกี้ยวหามนุ่ม “พวกเจ้าสองคนไปปรนนิบัตินางอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จงดูแลนางให้ดี ห้ามล่วงเกินนางเป็นอันขาด”
แม่นมขานรับเสียงเบา ก่อนประคองหยุนหลวนออกจากเกี้ยวหาม แล้วมุ่งหน้าไปยังตำหนักชั้นใน
ส่วนสายตาของเฝิงอี้จับจ้องไปทางห้องปรุงยา
นางก้าวเท้า หมายจะมุ่งหน้าไปยังห้องปรุงยา... ใครจะรู้ว่าจู่ ๆ มีคนเข้ามาใกล้ ฝ่ามือเย็นเยียบกดลงบนไหล่ของนาง
“เจ้าไม่ใช่คนของตำหนักใต้ดินกระมัง? แปลงโฉมมาหรือ?”
หัวใจเฝิงอี้สะท้านวูบ
ดวงตานางเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง หันไปมองผู้มาเยือนอย่างงุนงง
เซิ่งกุยหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาคมกริบ ไม่รอให้เฝิงอี้ทันตอบ เขาก็ยกมือจี้สกัดจุดชีพจรของนาง
ลมหายใจของเฝิงอี้ชะงัก ใบหน้าซีดลงเล็กน้อย
นางรีบยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมา “ผู้อาวุโสโปรดระงับโทสะ ข้าคือเฝิงอี้”
