กองทัพแคว้นเหลียงครานี้มีผู้บาดเจ็บล้มตายมากถึงกว่าหมื่นคน
เหลียงอวี่หวงมีบัญชาให้หยุดโจมตีทันที
หากยังดำเนินต่อไป เกรงว่าจะมีผู้บาดเจ็บล้มตายไม่หยุดหย่อน
หลังพักฟื้นหนึ่งคืน เช้าวันพรุ่งเขาจะดูความจริงใจของเซียวเสวียนรุ่ย หากเซียวเสวียนรุ่ยไร้ความสามารถใด ๆ จนไม่อาจหาทางทำลายแนวป้องกันของหยุนหลวน บุกเข้าเมืองเฟิ่งได้ เช่นนั้นเขาก็ไม่มีความจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่อีกต่อไป
ค่ำคืนนี้แทบจะเป็นช่วงเวลาที่เซียวเสวียนรุ่ยกระวนกระวายที่สุด
การจากไปของเสิ่นฉงซานทำให้เขาสูญเสียกำลังสนับสนุนทั้งหมด แม้จะเปรียบเสมือนพยัคฆ์ที่ถูกถอนเขี้ยวเล็บ ต่อให้มีความมุ่งหมายเต็มอกก็ไร้เรี่ยวแรง ไม่อาจพลิกสถานการณ์กลับมาได้ในเวลาอันสั้น
เขากระวนกระวายจนไม่ได้นอนทั้งคืน
กระทั่งฟ้าสาง เขาจึงลุกจากเตียง... เรียกคนเข้ามา แล้วให้หมอพันแผลให้คราหนึ่ง ก่อนสิ้นใจ เสิ่นฉงซานช่วยบรรเทาความเจ็บปวดจากบาดแผลให้เขาไว้ได้
แต่สิ่งที่ต้องแลกมากลับเป็นการสูญเสียเสิ่นฉงซาน
เซียวเสวียนรุ่ยล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยสีหน้าอิดโรย เขาสวมเกราะ อดทนต่อความเจ็บปวดที่แผลบนแขน ก่อนกุมกระบี่ยาวเดินออกจากกระโจม
ทันทีที่เขาก้าวออกจากกระโจม เฉิงเฟิงก็เดินมาจากที่ไม่ไกล
“แม่ทัพเซียว องค์ชายของข้ามีคำสั่งให้ข้ามาถ่ายทอดแก่ท่าน”
เซียวเสวียนรุ่ยไม่กล้าวางท่าอวดดีอีก เขารีบยิ้มประจบเฉิงเฟิง ท่าทีถ่อมตนอย่างยิ่ง “ใต้เท้าโปรดกล่าวมา”
เฉิงเฟิงเลิกคิ้ว มองเซียวเสวียนรุ่ยแวบหนึ่ง
เมื่อวานคนผู้นี้ยังมองเขาด้วยสายตาดูแคลนอยู่เลย คิดไม่ถึงว่าเพียงข้ามคืน ท่าทีจะเปลี่ยนไปอย่างพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน
